โคตรเลย นายสันดาน
ผมตั้งใจจะไปภูกระดึงกับเพื่อนมาตั้งกะอยู่มหาลัยและ
แต่แล้วก็ล่มทุกรอบ เลยตัดสินใจไปมันคนเดียวเลยเดี๋ยวจะไม่ได้ไป
ไปคนเดียวมันก็ดีครับ อิสระดี
จะไม่ดีตรงมันไม่มีคนปลุกตอนหลับบนรถบัสนี่ดิ
ผมเลยนั่งรถเลยมาถึงเลยจริงๆ

ไกลเป็นโคกเลยครับ 90กว่าโล

ด้วยคติ ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามก็หลงก็ได้ [เป็นคติที่ชิวดีสัสๆ]
ดังนั้น...วันนี้เที่ยวมันซะทีนี้แหละ ผมจึงไปติดต่อไกด์ค่อนข้างจะผีแถวนั้น
" สองพัน " นี่พี่ลดสุดๆแล้วน่ะน้อง
ผมติดสตั้นไปสามวิ แต่เอาก็เอาว่ะ เที่ยวก็เที่ยวถ้าเที่ยวแล้วมาคิดมาก กูจะถ่อมาทำเจี๋ยวอะไร
[พบข้อเสียการมาคนเดียวอีกข้อและ คือไม่มีคนหาร -*- ถ้าหารกันผมว่ามันก็ไม่เท่าไหร่]
ผมกะไกด์ เลยรีบถ่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ภูเรือ ด้วยความซิ่งเหยียบไป140+ ทันพอดีเลยทีเดียว
สวยดีน่ะครับภูเรือ


เดี๋ยวนี้หันหาวัดบ่อยสร้างภาพว่าเป็นคนดี
ขอเมาท์นิด.....
ไกด์หน้าตาเหมือนหมอแหนมมาก

หลังจากนั้นไกด์ ก็พาผมไปดูผีตาโขนต่อ
สถานที่กำเนิดเลยอยู่ในวัดครับ แถวๆด่านซ้าย

ในวัดนี่เปิดเพลงหมอรำกันสะแด่ว แถมเด็กๆก็มาเต็มใส่ชุดแล้วก็เต้นกันอย่างบ้าคลั้ง
มันกันเอาโล่เลยทีเดียว
ในวัดจะมีพิพิธภัณท์ผีตาโขนอยู่น่ะครับ มีจัดเป็นห้องๆมีวีดีทัศน์ให้ดูด้วย
ที่สำคัญเข้าฟรี เท่มาก

ผมชอบสองตัวนี้มากหน้าตามันอับดุลๆโจ๋ยดี

นี่มันหน้ากากฮอลโลนี่หว่า

เด็กๆชอบโคโยตี้
เต้นกันลืมตายมาก

ทนไม่ไหว จิกมาใส่เต้นมั้ง

หลังจากนั้นผมก็ตระเวณกรรมไปวัดกับไกด์หมอแหนมรัวๆ
ซึ่งจริงๆพักนี้ผมโดนลากไปวัดบ่อยมากกก เรียกว่าแทบอ้วกออกมาเป็นอุโบสถกันเลยดีกว่า[เอ๊ะอะไรกินกบาลผมอยู่ อ๋อนรก]
แต่ก็น่ะ ไปก็ไป
วัดก็คือวัดเหมือนเดิมครับ ดังนั้นเราจะเอามาลงแต่วัดโดนๆ
วัดเนรมิตวิปัสสนา เฮ้อ...หาชื่อวัดมาให้แทบตายตอนแรกผมลืมไปแล้ว
ข้างในนี่เป็นศิลาแลง ได้อารมณ์โคตรครับ


หมอแหนมบอกว่าเจ้าอาวาสมรณะภาพไปแล้ว ร่างกายไม่เน่าเปื่อยจึงเก็บเอาไว้ในวัด
ชาวบ้านบูชากันมาก จึงสร้างหุ่นขี้ผึ้งขึ้นมาสักการะ

หมอแหนมยังบอกอีกว่า รูปปั้นพระบนยอด 9 องค์ หมายถึงพระชุดแรกที่ร่วมกันก่อตั้งวัดขึ้นมา
[หมอแหนมนี่เก่งกว่าที่คิด รู้เยอะช่ายล้ายๆ]

ส่วนไอ้นี่
เป็นกะทงของเซ่นอะไรก็ไม่รู้ ที่ให้ความรู้สึกว่าถ้าไปหยิบเล่นจะได้ผีกลับมาบ้าน 55+

หลังที่เข้าวัดกันจนอิ่มบาปเพราะปากหมาแล้ว
ผมจึงมุ่งไปที่เชียงคานต่อ
จุดแรกเลยครับ ชื่อแก่งคุดคู้ เป็นจุดสิ้นสุดเมืองไทยติดริมฝั่งแม่น้ำโขง
มีแก่งน้ำวน ทิศทัศน์สวยงามมองเห็นฝั่งลาวเลยครับ

มันจะเฟอเฟกมาก
ถ้า.....ไม่เอาเต้นท์ขายข้าวแกงไปตั่งโว้ย !

ซึ่งข้างบนเขาก็ตั้งเป็นระเบียบดีน่ะ สวยดีด้วย

แต่ถึงยังไงๆ จุดนี้ก็เป็นสถานที่เที่ยวที่ดีครับนอกจากมีของขายลึ่ม ก็ยังมีเครื่องเล่นให้เด็กๆได้ระบายความบ้าพลังกันด้วย

มาเชียงคานแล้วก็ต้องไปนี่ครับ ถนนเลียบชายโขง
จะเป็นถนนที่มีบ้านไม้สไตลเก่ายาวประมาณ สองโลได้

แต่ผมรู้สึกเศร้าๆเพราะว่ามันเริ่มเหมือนเพลินวานมากเกินไปไม่ค่อยได้อารมณ์วิธีชาวบ้านที่เขาอยู่กันแต่เดิม
แต่ถ้ามาหาวิวถ่ายรูปเฉยๆก็ สวยดีครับ

มาที่ติสเราก็ต้องพยายามทำเป็นติส ถ่ายออกมาให้มันไม่ค่อยรู้เรื่อง........อ้าอินดี้ขี่เวสป้า

ถึงตอนนี้ หมอแหนมบอกให้ผมหาที่พักอยู่ริมชายโขงนี่แหละ.....ผมก็เดินกาหัวงงๆอยู่ที่ถนนเลียบชายโขงเกือบจะชั่วโมงแล้วถามตัวเองว่า
เออ.....กูจะมานอนอินดี้อยู่ที่นี่ทำไมว่ะ กูจะมาเที่ยวภูกระดึงนี่หว่า
คิดได้ดังนั้น[นี่มึงเพิ่งจะคิดได้เหรอว่ะเนี่ย!]เลยนั่งนครชัยแอร์ไปลงที่ผานกเค้าภูกระดึงทันที

ไปถึงเกือบจะทุ่ม เลยไปหาโรงแรมจิ้งหรีดนอนพัก เพื่อจะขึ้นภูในวันต่อไป
วันนี้ทำให้รู้ว่า
การนั่งรถเลย ทำให้รู้จักเลยมากขึ้น [ยังฟังดูโง่ๆไปสงสัยต้องพูดจาให้เวิ่นเว้อขึ้น]
อา.....ก็เปรียบได้กับการใช้ชีวิตของคนเรา ถ้าเราพุ่งตรงไปสู้เป้าหมายชีวิตเราอย่างเดียว
ก็อาจจะทำให้เรามองข้ามและพลาดสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิตเราได้
อา.....แถเก่งฉิบหาย

เอาเป็นว่า เดี๋ยวมาเล่าต่อเรื่องในวันพรุ่งนี้ล่ะกันครับ