นาย ตลุยดงพญาตีน สกุล ยืนงงในดงตีน
ลูกเสือสามัญ
ออฟไลน์
กระทู้: 705
สถานะ เกรียนขั้นเทพ
|
|
« เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 06:41 » |
|
 ถ้านับจากวันเดือนปี ณ วันนี้ ก็เท่ากับว่าอีกแค่ 3 ปีเท่านั้น ก็จะถึงวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ช่วงเวลาที่ปฏิทินชาวมายาที่ระบุเอาไว้ว่าจะเป็นวันโลกแตก ไทยรัฐออนไลน์ สอบถาม 13 คนมีชื่อเสียงหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น นักการเมือง ดารา ไฮโซ ดีไซเนอร์ นักกฎหมายสถาปนิก เป็นต้น มาลองดูว่าบรรดาบุคคลมีชื่อเสียง ทั้งหลายเขาอยากจะทำอะไรกันในวันที่โลกใกล้จะแตก  วิทย์ กมลวิศิษฐ์ นักธุรกิจ และอดีตนักการเมืองชื่อดัง บอกว่าเขาจะยืนอยู่บนหลังคาบ้านกอดลูก-เมียและดื่มแชมเปญเพื่อฉลองให้กับวัน สุดท้ายของโลก ผมเพ่ิงไปดูหนังเรื่อง 2012 วันสิ้นโลกมาถือว่าเป็นหนังที่ดีสนุกมาก ถ้าถึงวัน 2012โลกแตกผมจะเรียกลูก-เมียมาให้หมดแล้วก็จะพาเขาขึ้นไปในที่ที่สูงที่สุด เท่าที่จะทำได้ หรือถ้าหากหาที่สูงๆ ไม่ทัน ผมก็จะพาครอบครัวขึ้นไปบนหลังคาบ้านและมองลงมาเพื่อให้เห็นภาพวันสิ้นโลก เห็นภาพตึกค่อยๆ ถล่มแผ่นดินแยกให้เต็มตา และพอมันใกล้จะถล่มมาถึงผมก็จะกอดลูก-เมียเหมือนกับฉากหนึ่งในหนังที่ครอบ ครัวชาวอินเดียเขาโดน "สึนามิยักษ์" ซัดจนตาย พร้อมกับเปิดแชมเปญเพื่อดื่มฉลองให้กับวันสุดท้ายของโลก"  ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เจ้าของร้านเพชรพันล้าน เจม พีส บาย ชูชัย บอกว่า อยากนั่งสมาธิแล้วก็ตายไปพร้อมกับโลก"ในวันที่โลกกำลังจะแตก เราจะเข้าไปอยู่ในห้องพระเพื่อให้จิตใจสงบมากที่สุด เพื่อละจากกิเลสทั้งปวง ก่อนที่จะตายเราอยากทำตรงนี้มากๆ เพราะว่าที่ผ่านมาในชีวิตไม่ว่าจะเป็น ลาภ ยศ เงิน เพชร พลอย กระทั่งคนที่เรารักและรักเราที่เราสร้างขึ้นมาทั้งหมดนั้นมันเป็นกิเลสที่ เกาะเกี่ยวตัวเรามานานแสนนานก่อนจะตายเราอยากจะทิ้งสิ่งเหล่านี้ไปให้หมด เพราะหากยังยึดติดอยู่มันจะกลายเป็นบาปที่เกิดกับตัวเราในภพหน้าต่อไป เราอยากนั่งสมาธิแล้วก็ตายไปพร้อมกับโลกเลย "  เขมศรณ์ พนมวัน ณ อยุธยา เจ้า แม่แบรนด์เนมแห่ง “โจ มาโลน” จากประเทศอังกฤษ บอกว่า เราอยากสวดมนต์กับคนที่เรารักจนกว่าโลกจะพังลงมา "เติ้ลอยากอยู่กับคน ที่เรารักทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่ พี่ ๆน้องๆ แล้วก็ใช้เวลาร่วมกันเพื่อทำกิจกรรมที่เรารักและศรัทธา อย่างเช่น การเข้าไปอยู่ในวัดเพื่อปฏิบัติธรรม เราอยากนั่งสมาธิสวดมนต์กับครอบครัวอยู่แบบนั้นจนกว่าโลกจะพังครืนลงมาในที่ สุด" ลีนา จังจรรจา นักกฎหมาย นักแสดง นักธุรกิจบอกว่าก่อนโลกแตกดิฉันอยากจะให้ประชาชนฟ้องนักการเมืองเลวๆ โดยตรง แบบไม่โดนอิทธิพลข่มขู่ใดๆ "เนื่องจากดิฉันเป็นนักกฎหมายก่อนโลกจะแตกดิฉันอยากจะให้รัฐบาลมีกฎหมายให้ ประชาชนสามารถฟ้องคดีได้โดยตรงโดยไม่โดนอิทธิพลข่มขู่ ซึ่งจริงๆ รัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ฉบับนี้ประชาชนก็สามารถฟ้องโดยตรงได้ แต่ก็จะมีเรื่องอิทธิพลมีภัยมืดเข้ามา ดังนั้นก่อนโลกจะแตกดิฉันจะไล่ฟ้องพวกนักการเมืองไปให้หมดเลย โดยเฉพาะนักการเมืองที่เข้าไปพัวพันกับคดีของนายราเกซ ซึ่งนักการเมืองโกงบางคนก็ยังมีตัวตนอยู่ แต่รัฐบาลไม่ทำอะไร"  หญิงแม้น นฤมาส ยุคล บอกว่า แม้นจะไปขอขมาคุณพ่อ คุณแม่ และก็จับมือกับคนที่เรารักจนถึงวินาทีสุดท้ายสิ่งที่แม้นจะเลือกทำก่อนวันสิ้นโลก 2012 ก็คือแม้นจะไปกราบขออโหสิกรรมกับทุกท่านที่เราเคยไปทำผิดมา ไปขอขมาทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่ พี่ๆ น้องๆ แม้นอยากจะบอกว่าถ้าแม้นเคยทำอะไรให้พวกท่านเหล่านี้ไม่สบายใจ เราก็ไปขอโทษท่าน หลังจากนั้นก็จะพบกับคนที่เรารัก (แฟน) พร้อมกับนั่งจับมือกันในบ้านจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายจนโลกแตกไปเลย"  วรรณพร โปษยานนท์ ดีไซเนอร์ เปรี้ยวซ่าชื่อดังที่ว่ากันว่าแรงที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ บอกว่าดวงอยากจะขอบคุณ คุณพ่อคุณที่เลี้ยงดูเรามา"ก่อนตายดวงอยากใช้ชีวิตให้โลดโผนมากที่สุดกับคนที่ดวงรัก เช่น การนั่งบอลลูนไปเที่ยวรอบโลก และก็ใช้ชีวิต X-treme ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ไปในที่ที่เราไม่เคยไป เที่ยว จนกระทั่งโลกส่งสัญญาณเตือนว่ามันใกล้จะแตกแล้ว เราก็จะบอกครอบครัวเรา คุณพ่อ คุณแม่ ว่าดีใจที่เราได้มาเจอกัน และก็ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงดูมา"  นาขวัญ รายนานนท์ พิธีกร ไฮโซชื่อดัง บอกว่า เราจะทำบุญจนกว่าเราจะตาย"ก่อนโลกจะตายอยากจะท่องเที่ยวไปกับคนที่เรารัก ไปกับครอบครัวไปในที่ ที่เราไม่เคยไปเพื่อจะได้เก็บภาพเหล่านี้ไว้เป็นความทรงจำก่อนโลกจะสลาย พร้อมกับจะทำบุญไปเรื่อยๆ ให้เยอะมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ " ดร.สิงห์ แสงชูโต สถาปนิกชื่อดัง ที่เขย่าโลกด้วยการเอาขยะมาทำเฟอร์นิเจอร์ บอกว่าจะหนังสือสเกตซ์ที่ผมทำมาตลอดชีวิตให้กับคนรุ่นต่อไป "ผมคงไม่ ทำอะไรที่แตกต่างจากชีวิตปกติสงบแน่นอน แต่ก่อนผมจะตายสิ่งที่ผมอยากจะทิ้งไว้ก่อนที่โลกจะแตกสลายก็คือ ผมอยากจะทิ้งหนังสือสเกตช์แบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ผมทำมาทั้งชีวิตไว้ให้กับคนรุ่นต่อไปอีกสัก 100 ปี หรือ 1,000 ปี ถ้าคนรุ่นหลังจากเราจะเกิดขึ้นมา เขาจะสามารถพบเห็นสิ่งเหล่านั้น ซึ่งผมว่ามันจะน่าเป็นประโยชน์"  ริก้า ดีล่า สาวสังคมเจ้าเสน่ห์คุณแม่ลูกสอง บอกว่า ริก้าจะจัดปาร์ตี้ ดื่มไวน์และก็ใส่เครื่องเพชรทั้งหมดที่เราสะสมมาทั้งชีวิตก่อนโลกจะแตกเราอยากจะใช้เวลาพาลูกๆ ไปเที่ยวในที่ที่เราและลูกๆ ไม่เคยไป เช่น มัลดีฟส์ - เซาท์แอฟริกา -บาหลี ไปเที่ยวให้สนุกสุดเหวี่ยงที่สุด กระทั่งวันสุดท้ายริก้าจะจัดงานปาร์ตี้แล้วก็เอาเพชร ที่เก็บเงินซื้อใส่ไว้ในตู้เซฟมาทัั้งชีวิตเอามาใส่ พร้อมกับเปิดไวน์ราคาแพงๆ ที่เราสะสมเป็นตู้ๆ เอามาดื่มให้หมดเพื่อฉลองวันโลกแตก" วู้ดดี้ - วุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดัง บอกว่า ผมไม่อยากทำอะไรผมอยากจะตายไปกับคนที่ผมรักที่สุด "ก่อนวันโลกจะแตก ผมอยากจะจัดปาร์ตี้รวมรวมคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่ คุณยายและคนที่เรารักซืึ่งในชีวิตวู้ดดี้ก็มีคนที่รักและรักเขาไม่มาก อยากให้พวกเขาเหล่านี้มารวมตัวกัน มากินข้าวมาคุยกันเรียบๆ ง่ายๆ แล้วก็อยากจะหยุดวินาทีสุดท้ายนั้นๆ แล้วก็ไปพร้อมกัน วู้ดดี้อยากจะเก็บความทรงจำของมิตรภาพจากกัลยาณมิตรไกลทั้งหมดที่เราเคยแบ่ง ปันเรื่องดีๆ นึกถึงแฟนรายการของวู้ดดี้เป็นความทรงจำดีๆ ของวู้ดดี้ตลอดไป ผมเคยถามตัวเองว่าวันนี้เราเกิดมาคุ้มหรือยัง คำตอบก็คือใช่วันนี้ผมพร้อมจะตายได้ทุกเมื่อ ผมอาจจะไม่ใช่คนรวยที่สุด ดังที่สุด หรือได้รับความอบอุ่นมากที่สุด แต่ว่าผมคิดว่าผมได้สัมผัสทุกๆ อย่างที่มนุษย์คนหนึ่งได้สัมผัสแล้ว อิ่มแล้ว มาถึงวันนี้ผมไม่อยากจะไขว่คว้าที่จะได้อะไร เพราะผมมีทุกๆ อย่างที่ผมต้องการ แล้ว"  กาละแมร์ - พัชรศรี เบญจมาศ บอกว่่า แมร์จะแต่งงานก่อนโลกแตก"ถ้าเกิดมีวันนั้นจริงๆ นอกจากแมร์อยากจะแต่งงานก่อนที่โลกจะแตกแล้ว แมร์ก็ยังมีอะไรที่อยากจะทำหลายๆ อย่าง เช่น อยากจะจัดกรุ๊ปทัวร์วันสิ้นโลกขึ้นเพื่อเดินทาง ไปเที่ยวทั่วโลก ไปที่ที่เราไม่เคยไป เพราะไหนๆ โลกมันจะแตกทุกๆ อย่างจะถล่มหมด เราก็อยากไปให้เห็นกับตาว่าในแต่ละ สถานที่ที่สวยงามของโลกไปทุกทวีปดูว่ามันเป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากนั้นก็คงจะนัดทุกๆ คนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ พี่ น้อง เพื่อนๆ นัดเจอมากันให้หมด แล้ววันนั้นก็จะเป็นวันเปิดเผยหัวใจ ใครคิดยังไงกับใครหรือใครอยากจะขอโทษ อยากจะกอดกับใครก็ทำไปไม่ต้องกลัวเสียฟอร์ม แล้วก็มาปาร์ตี้กัน แมร์อยากให้ภาพสุดท้ายก่อนโลกแตกเป็นภาพที่สวยงาม อย่างไรก็ดีสิ่งหนึ่งที่เราอยากทำมากที่สุดก็คือ แมร์อยากจะออกอากาศรายการสด เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆกับคนดูว่าสถานการณ์ที่โลกกำลังจะแตกมันเป็นยัง ไง แมร์อยากจะอยู่เป็นเพื่อนของพวกเขา จนวาระสุดท้าย เพราะเราถ้าโลกมันจะต้องแตกเราก็อยากจะตายในประเทศที่เรารัก และตายไปกับสิ่งที่เรารักนั่นคืองานสื่อสารมวลชน"  พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร หรือ ผู้การวิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว. อ่างทอง บอกว่าก่อนโลกแตกผมอยากมีอำนาจเปลี่ยนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ"ถ้าโลกจะแตกจริงๆ ผมอยากมีอำนาจที่จะเปลี่ยนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปราศจากการครอบงำของนักการเมือง เพราะว่าที่ตำรวจดีๆ ไม่ได้ดีอย่างทุกวันนี้ก็เพราะว่าหน้าที่การงานเราต้องขึ้นอยู่กับนักการ เมืองแต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ก่อนตายผมอยากจะทำบริษัทให้คำปรึกษากับชาวบ้านเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย ผมอยากใช้สิ่งที่ร่ำเรียนมา ให้ความรู้แก่ประชาชน ที่สำคัญ ถ้าโลกแตกผมจะบอกเทวดาว่า ถ้าชาติหน้ามีจริงผมไม่อยากเกิดมาเป็นมนุษย์ขี้เหม็นอีกแล้ว เพราะว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความไม่ยุติธรรม"  " แม้ว่าหลักวิทยาศาตร์จะพิสูจน์ไม่ได้แน่ว่าปี 2012 โลกจะแตกอย่างคำทำนายหรือไม่ แต่ส่วนตัวผมว่าปฏิทินที่ชนเผ่ามายันระบุเอาไว้ว่า 2012 จะเป็นวันสิ้นโลกน่าจะเป็นเรื่องจริง ดังนั้นอีกไม่กี่ปีโลกก็จะแตกเวลาที่เหลือนับจากวันนี้ผมก็ไม่ทำอะไร ผมก็จะเที่ยวไปเรื่อยๆ ผมจะหาความสุขไปในที่ที่เราไม่เคยไป โดยเฉพาะในเมืองไทย แต่ถามว่าเชื่อไหมว่าโลกจะแตกแล้วคนจะตายหมด เพราะจากหลักของวิทยาศาสตร์แล้ว ถ้าหากโลกจะแตกแบบแผ่นดินไหวและก็แยกออกจากกัน หรือว่าโดนสึนามิถล่ม ผมคิดว่าถ้าแตกในลักษณะแบบนี้ผมจะรอดชีวิต เพราะจากการศึกษาบางแห่งภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงหรือสิ่งที่เราเรียกว่าโลก แตกอาจจะไปไม่ถึงในพื้นที่ที่ราบสูงเพราะว่าน้ำท่วมไม่ถึง หรือไปในพื้นที่ราบอย่างเนปาล ในเทือกเขาหิมาลัยมันไม่มีประวัติของแผ่นดินไหว หรือหากน้ำท่วมเยอะๆ เราก็คงจะอยู่ได้ ซึ่งถ้าโลกจะแตกจริงๆ ผมคิดว่าผมจะไปที่นั่นแล้ว ผมกับครอบครัวก็จะรอดตาย ซึ่งสิ่งที่ผมแนะนำได้ก็คือ อยากให้ทุกคนมีสติ" ทั้ง หมดเป็นส่วนหนึ่งของคนดัง 13 คน แล้วคุณละ ? เมื่อถึงเวลานั้นคุณอยากทำอะไร ? การทำนายของ 2012  เป็น 2,010 และ กับ ที่ คน สงสัย เกี่ยว กับ เคราะห์ กรรม ของ ดาวเคราะห์ ที่ เป็น มนุษย์ และ ความ จริง เอง ตาม prophecies ทั้ง เก่า และ ใหม่ เร่ง การ เปลี่ยนแปลง โลก และ ของ เรา เอง ปรีชา เจริญ เติบโต และ ฝัน เกี่ยว กับ สิ่ง หาก สิ่ง ใด เป็น ชะตา เกิด ขึ้น สอง ปี จาก นี้. You've read the theories, watched the documentaries and films, and by now have probably formulated your own conclusions. คุณ ได้ อ่าน ทฤษฎี ให้ ตรวจ สอบ และ ภาพยนตร์ สารคดี และ โดย ขณะ นี้ มี สูตร อาจ สรุป ของ คุณ เอง. 6 Views on the Outcome of 2012 6 มุม มอง ที่ ผล ของ 2,012 # It's just another year. เพียง ปี อื่น. # Reality will continue on with the usual dramas, as we evolve into understanding its bipolar nature and how the patterns of our behavior are created by genetic predisposition and social conditioning. ความ จริง จะ ต่อ ด้วย dramas ปกติ ที่ เรา คิดค้น เป็น ความ เข้าใจ ธรรมชาติ สอง ขั้ว และ วิธี รูป แบบ ของ พฤติกรรม ของ เรา จะ สร้าง ขึ้น โดย จูงใจ ทาง พันธุกรรม และ เครื่อง สังคม. More medications/meditations, questing and searching... ยา เพิ่มเติม / meditations, questing และ ค้นหา ... The joy of the journey isn't in the result, but in the search itself - but what are you searching for? ปิติ ของ การ เดินทาง ไม่ เป็น ผล แต่ ใน การ ค้นหา ตัว - แต่ สิ่ง ที่ คุณ ค้นหา? # Reality will shift to a higher (harmonic) dimension, ego identities remaining intact, and all will get to experience a world in harmony and balance - love and light. ความ จริง จะ เปลี่ยน ไป สูง (สอดคล้อง กัน) มิติ, identities อัตตา เหลือ อยู่ ครบถ้วน และ สิ่ง ที่ จะ ได้ สัมผัส กับ โลก ใน ความ กลมกลืน และ สมดุล - รัก และ light. # Certain souls, who feel they are leaving here now, will return to light, while the rest remain physical. จิตใจ บาง อย่าง ที่ รู้สึก ว่า พวก เขา จะ ออก จาก ที่ นี่ ตอน นี้ จะ กลับ ไป เบา ขณะ ที่ เหลือ ยัง คง กายภาพ. # The hologram we exist/experience in will cease to exist, all returns to light, souls taking with them their experiences and wisdom, moving into something else, but without their ego identity from this experience. โฮ โล แก รม ที่ เรา อยู่ / ประสบการณ์ ใน การ จะ ยัง คง อยู่, ผล ตอบแทน ทุก แสง ตัว การ กับ พวก เขา ประสบการณ์ และ ภูมิปัญญา ของ พวก เขา ย้าย เข้า อย่าง อื่น แต่ ไม่มี ตัว อาตมา จาก ประสบการณ์ นี้. # You are aware that closure has already happened, you are not actually relating to anything here, but your soul wants to replay the ending for the high/rush/thrill of it - one more time on the roller coaster as they say ... คุณ จะ ทราบ ว่า ปิด เกิด ขึ้น แล้ว คุณ ไม่ จริง เกี่ยว กับ สิ่ง นี้ แต่ ชีวิต ของ คุณ ต้องการ เล่น ใหม่ สิ้นสุด สำหรับ สูง วิ่ง / / ตื่นเต้น ของ มัน - หนึ่ง เวลา ใน ถาด รอง แก้ว ลูกกลิ้ง เป็น พวก เขา กล่าว ว่า ... knowing the outcome. รู้ ผล. The buzz about 2012 is based on an alleged Mayan Calendar prophecy that cannot be proven as accurate, but certainly is interesting. ประมาณ 2,012 ฉวัดเฉวียน ขึ้น อยู่ กับ การ กล่าวหา ทำนาย Calendar Mayan ที่ ไม่ สามารถ พิสูจน์ ที่ ถูก ต้อง แต่ อย่าง แน่นอน เป็น ที่ น่า สนใจ. Mayan Calendar The significance the classic Maya gave the December 21, 2012 date remains uncertain along with other enigmatic predictions left behind by prophets through the ages. สำคัญ สิ มา ยา ให้ 21 ธันวาคม 2012 วัน ที่ ยัง ไม่ แน่ใจ พร้อม กับ การ คาด การณ์ น่า สงสัย อื่น ๆ ทิ้ง โดย ผ่าน น บี อายุ. Most classic Maya inscriptions are strictly historical prophetic declarations based on subjective interpretations. ที่สุด inscriptions มา ยา คลาสสิค declarations ทำนาย มี ประวัติ อย่าง เคร่งครัด ตาม วิสัย แปล. The 2012 phenomenon comprises a range of beliefs and proposals positing that cataclysmic or transformative events will occur in the year 2012 culminating on the winter solstice December 21, 2012. 2,012 ปรากฏการณ์ ประกอบด้วย ช่วง ของ ความ เชื่อ และ ข้อ เสนอ positing ว่า กิจกรรม เกี่ยว กับ แผ่นดินไหว หรือ transformative จะ เกิด ขึ้น ใน ปี 2,012 culminating ใน ฤดู หนาว อา ยัน 21 ธันวาคม 2012. This forecast is based primarily on what is said to be the end-date of the Mayan Calendar , which is presented as lasting 5,125 years. พยากรณ์ นี้ เป็น ไป ตาม หลัก ใน สิ่ง ที่ ถูก กล่าว จะ สิ้นสุด ยุค ของ Mayan Calendar ซึ่ง แสดง เป็น ยาวนาน 5,125 ปี. Arguments supporting this dating are drawn from a mixture of archaeoastronomical speculation, alternative interpretations of mythology, numerological constructions, and alleged prophecies from extraterrestrial beings. สนับสนุน การ ขัดแย้ง นี้ เดท จะ มา จาก ผสม เก็งกำไร archaeoastronomical, แปล ทาง เลือก ของ ตำนาน, ก่อสร้าง numerological และ prophecies กล่าวหา จาก มนุษย์ ต่าง ดาว. A metaphysical interpretation of this transition posits that, during this time, the planet and its inhabitants may undergo a positive physical or spiritual transformation, 2012 marking the beginning of a new era of consciousness experience. ตีความ เลื่อนลอย ของ การ เปลี่ยนแปลง นี้ posits ว่า ใน ช่วง เวลา นี้ ดาวเคราะห์ และ ชาว มัน อาจ ได้ รับ การ แปลง กาย หรือ จิตใจ บวก 2,012 แต้ม เริ่ม ต้น ของ ยุค ใหม่ ของ การ สติ. Conversely, some believe that 2012 marks the beginning of an apocalypse. กลับ กัน บาง เชื่อ ว่า 2,012 จุด เริ่ม ต้น ของ คัมภีร์ ของ ศาสนา คริสต์. Both ideas have been disseminated in numerous books and TV documentaries, and have spread around the world through websites and discussion groups. ความ คิด ทั้ง สอง ได้ รับ การ เผยแพร่ ใน หนังสือ จำนวน มาก และ สารคดี โทรทัศน์ และ มี การ กระจาย ทั่ว โลก ผ่าน เว็บไซต์ และ กลุ่ม การ สนทนา. Certain predictions about how the world could end in 2012 (alignment with a black hole, collision with a rogue planet, polar shifts) have been rejected as pseudoscience by the scientific community, which maintains that many of these suggestions would violate the laws of physics, or are contradicted by simple observations. คาด การณ์ บาง อย่าง เกี่ยว กับ โลก จะ สิ้นสุด ใน 2012 (การ จัด แนว กับ หลุม ดำ เป็น ดาวเคราะห์ ปะทะ กัน กับ คน พาล ให้ shifts ขั้วโลก) ได้ รับ การ ปฏิเสธ เป็น pseudoscience โดย ชุมชน วิทยาศาสตร์ ซึ่ง เก็บ รักษา ที่ มี คำ แนะนำ เหล่า นี้ จะ ละเมิด กฎหมาย ของ ฟิสิกส์ หรือ จะ contradicted โดย สังเกต ง่ายๆ. December 21, 2012: The Mayan Long Count calendar , used by the Maya civilization of pre-Columbian Mesoamerica, completes its 13th b'ak'tun cycle since the calendar's mythical starting point (equivalent to 3114 BCE August 11 in the proleptic Gregorian calendar, according to the "GMT-correlation" JDN= 584283). 21 ธันวาคม 2012: Mayan Long นับ ปฏิทิน ใช้ ด้วย อารยธรรม มา ยา ของ pre-Columbian Mesoamerica, เสร็จ รอบ b'ak'tun มัน 13 ตั้งแต่ จุด เริ่ม ต้น ของ ปฏิทิน ที่ เป็น ตำนาน (เท่ากับ 3,114 BCE สิงหาคม 11 ใน ปฏิทิน Gregorian proleptic, ตาม GMT "สัมพันธ์" JDN = 584283). The Long Count b'ak'tun date of this starting point (13.0.0.0.0.0) is repeated, for the first time in a span of approximately 5,125 solar years. นาน นับ วัน b'ak'tun นี้ จุด เริ่ม ต้น (13.0.0.0.0.0) เป็น ซ้ำ ครั้ง แรก ใน ช่วง ประมาณ 5,125 ปี แสงอาทิตย์. The significance of this period-ending to the pre-Columbian Maya themselves is unclear, and there is only a single known but incomplete inscription (Tortuguero Stela 6) which records this date. ความ สำคัญ ของ ช่วง เวลา นี้ สิ้นสุด การ Pre-Columbian มา ยา เขา จะ ไม่ แน่นอน และ มี เพียง ข้อความ ที่ จารึก ที่ รู้จัก แต่ ไม่ สมบูรณ์ เดียว (Tortuguero แผ่น ศิลา จารึก 6) ที่ บันทึก วัน นี้. However, it is conjectured that this may represent in the Maya belief system a transition from the current 'creation world' into the next. แต่ เป็น conjectured ที่ นี้ อาจ แสดง ใน ระบบ ความ เชื่อ มา ยา เปลี่ยนแปลง จาก โลก ปัจจุบัน การ สร้าง '' เป็น ไป. Many believe we are going through that transition at this time. มากมาย เชื่อ ว่า เรา จะ ไป ถึง การ เปลี่ยนแปลง ใน ขณะ นี้ ที่.
|
|
|
 Like (+29)  No (-0)
|
|
 โปรดระวังบัตรปลอม 55555+ อยากรู้จักผมคลิกที่บัตรนะจ๊ะ
|
|
Tags:
|
นาย ตลุยดงพญาตีน สกุล ยืนงงในดงตีน
ลูกเสือสามัญ
ออฟไลน์
กระทู้: 705
สถานะ เกรียนขั้นเทพ
|
|
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 06:41 » |
|
Mayan Calendar และ 11:11 UT, Universal Time. 2012 2,012 month เดือน d ay d ay h our h ของ เรา 2012 2,012 month เดือน d ay d ay h our h ของ เรา m inute m inute month เดือน d ay d ay h our h ของ เรา m inute m inute Perihelion Perihelion Jan Jan 5 5 00 00 Equinoxes Equinoxes Mar Mar 20 20 05 05 14 14 Sept กันยายน 22 22 14 14 49 49 Aphelion Aphelion July กรกฎาคม 5 5 03 03 Solstices Solstices June มิถุนายน 20 20 23 23 09 09 Dec ธันวาคม 21 21 11 11 11 11 2,009 In 2009, the media embraced the Mayan Calendar date as many people brought forth their theories in books, documentaries, films, TV specials, the Internet, YouTube, art, and more. ใน 2,009 สื่อ embraced วัน Calendar Mayan เป็น คน จำนวน มาก ออก มา ทฤษฎี ของ เขา ใน หนังสือ สารคดี, ภาพยนตร์, พิเศษ TV, Internet, YouTube, ศิลปะ และ อื่น ๆ. This will continue through December 22, 2012. นี้ จะ ยัง คง ผ่าน 22 ธันวาคม 2012. Many became more fearful, while others embraced spiritual changes. กลาย เป็น น่า กลัว มาก ขึ้น ใน ขณะ ที่ คน อื่น embraced เปลี่ยนแปลง ใจ. This has been a year of great changes on the planet with natural disasters accelerating exponentially and a shift of consciousness being felt by most people who wonder where it will all go. ปี นี้ ได้ รับ การ เปลี่ยนแปลง อัน ยิ่ง ใหญ่ บน ดาวเคราะห์ ที่ มี ภัย ธรรมชาติ เร่ง อย่าง แทน และ เปลี่ยน ของ สติ ถูก รู้สึก โดย คน ส่วน ใหญ่ ผู้ ที่ สงสัย ซึ่ง ทั้งหมด จะ ไป. Some are becoming more fearful, while others are allowing events to play out as guided. บาง กลาย กลัว มาก ขึ้น ใน ขณะ ที่ คน อื่น จะ ช่วย ให้ กิจกรรม การ เล่น ออก เป็น แนวทาง ที่ ถูก ต้อง.  Codex Dresden In recent years scholars have discovered the amazing advances the ancient Maya made in astronomy and mathematics, their calendars remarkably accurate. ใน ปี ล่าสุด นัก วิชาการ ได้ ค้น พบ ความ ก้าวหน้า ที่ น่า ตื่นตาตื่นใจ โบราณ มา ยา ทำ ใน ดาราศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ ปฏิทิน ของ พวก เขา ถูก ต้อง อย่าง. As an indigenous society, it is unknown how they discovered celestial alignments incorporating them into their pyramids, calendars, and encoding them on the inner bark of certain trees, and on stone, to be found by future generations. เป็น สังคม ชน พื้นเมือง จะ ไม่ ทราบ ว่า พวก เขา ค้น พบ การ จัด แนว แบบ เกี่ยว กับ ท้องฟ้า incorporating ไว้ ใน ปิ รา มิด ปฏิทิน ของ พวก เขา และ การ เข้ารหัส พวก เขา ใน เปลือก ไม้ ด้าน ใน ของ ไม้ บาง และ หิน เพื่อ พบ โดย รุ่น หลัง. This research continues though most of the ancient Maya Codices were destroyed. การ วิจัย นี้ อย่าง ต่อ เนื่อง แม้ว่า ที่สุด ของ โบราณ มา ยา Codices ถูก ทำลาย. The Dresden codex is generally considered the most important of the few Maya Codices to survive. Codex Dresden จะ ถือ ทั่วไป มาก ที่สุด ที่ สำคัญ ของ มา ยา บาง Codices ให้ รอด. In 2009, the History Channel presented "Decoding the Past" which mentioned the last page of the Dresden Codex. ใน 2,009, History Channel เสนอ "ถอดรหัส ที่ ผ่าน มา" ที่ กล่าว ถึง ใน หน้า สุดท้าย ของ Dresden Codex. 'Flood waters', or flood stories take us to metaphoric creation myths , the flow of the Collective Unconsciousness, and reality as consciousness. 'น้ำ ท่วม' หรือ เรื่อง น้ำ ท่วม เวลา เรา เหลือ เชื่อ สร้าง metaphoric การ ไหล ของ ความ ไม่ รู้สึก ร่วม และ ความ จริง เป็น สติ. The dragon, or serpent, represents human DNA. มังกร หรือ งู, เป็น DNA มนุษย์. Sun and Moon reference balance of male and female, yin and yang, right and eft brain, reality stemming from consciousness. ดวง อาทิตย์ และ ดวง จันทร์ อ้างอิง ยอด ของ สมอง เพศ ชาย และ เพศ หญิง yin และ Yang ขวา และ EFT, จริง กั้น จาก สติ. 'Black on High' is the return to consciousness out of physical reality, (fade to black) at the end of time. 'Black ที่ สูง' จะ กลับ ไป สติ ออก จาก ความ เป็น จริง ทาง กายภาพ (จาง หาย ไป ดำ) ณ สิ้น เวลา. "The last page of the Dresden Codex shows the destruction of the world via water. Waves gush from the mouth of a celestial dragon. More flood waters pour from sun and moon symbols on the underside of the monster's body. An aged goddess also pours flood water onto the Earth. At the bottom of the picture crouches a ruler of the underworld. Above the picture, about half of the 15 glyphs have been destroyed, but a few of the remaining ones consistently refer to "Black Earth" or "Black on High"." "หน้า สุดท้าย ของ Dresden Codex แสดง ความ พินาศ ของ โลก ผ่าน ทาง น้ำ. คลื่น พรั่งพรู จาก ปาก ของ มังกร เกี่ยว กับ สวรรค์. น้ำ ท่วม เพิ่มเติม ริน จาก ดวง อาทิตย์ และ สัญลักษณ์ ดวง จันทร์ ใน ก้น ของ ร่างกาย สัตว์ ประหลาด ของ. เทพ อายุ ยัง pours น้ำ ท่วม น้ำ ยัง Earth. ที่ ด้าน ล่าง ของ ภาพ crouches ผู้ ว่า การ นรก. Above ภาพ ได้ ประมาณ ครึ่ง หนึ่ง ของ 15 glyphs ถูก ทำลาย แต่ ไม่ กี่ คน ที่ เหลือ อย่าง สม่ำเสมอ ดู "Black Earth" หรือ "Black ใน สูง "."  น 2,009 ผู้ใหญ่ Mayan พูด ใน ฝ่ายค้าน ที่ กล่าวหา Mayan Calendar Prophecies ว่า แปล ได้ ไม่มี อะไร จะ ทำ อย่างไร กับ สิ้น เวลา. Mainstream Mayanist scholars argue that the idea that the Long Count calendar "ends" in 2012 misrepresents Maya history. นัก วิชาการ หลัก Mayanist ยืนยัน ว่า แนวคิด ว่า ยาว นับ ปฏิทิน "จริง" ใน 2,012 misrepresents ประวัติ มา ยา. To the modern Maya, 2012 is largely irrelevant, and classic Maya sources on the subject are scarce and contradictory, suggesting that there was little if any universal agreement among them about what, if anything, the date might mean. ที่ ทันสมัย มา ยา, 2,012 คือ ส่วน ใหญ่ ที่ ไม่ เกี่ยวข้อง และ คลาส สิ ก มา ยา ใน เรื่อง ที่ หา ยาก และ ขัด, แนะนำ ว่า มี น้อย ถ้า มี ข้อ ตกลง ทั่วไป ใน หมู่ พวก เขา เกี่ยว กับ สิ่ง หาก สิ่ง ใด วัน ที่ อาจ หมาย ถึง. Not all Mayan Elders would agree. ไม่ ทั้งหมด Mayan ผู้ใหญ่ จะ ยินยอม. Many adhere to the theory of a spiritual transformation taking place, culminating on December 21, 2012. ๆ ตาม ทฤษฎี ของ การ แปลง ใจ การ ที่ จะ culminating ที่ 21 ธันวาคม 2012. Some Maya are getting sick of 2012 hype MSNBC - October 10, 2009 มา ยา บาง เริ่ม เอียน 2,012 hype msnbc - 10 ตุลาคม 2009 Guatemalan Mayan Indian elder Apolinario Chile Pixtun says archaeologists, astronomers and modern-day Mayas shrug off the popular frenzy over the date of 2012, predicting it will bring nothing more than a meteor shower of new-age 'consciousness,' pseudo-science and alarmist television specials. Guatemalan Mayan อินเดีย Apolinario ชิลี น้า Pixtun กล่าว ว่า นัก โบราณคดี, astronomers และ สมัย Mayas วัน ยัก ปิด ความ ตื่นเต้น ที่ เป็น ที่ นิยม กว่า 2,012 วัน ที่ คาด ว่า จะ นำ อะไร มากกว่า ฝน ดาวตก ของ ใหม่ สติ อายุ ',' หลอก-วิทยาศาสตร์ และ alarmist พิเศษ โทรทัศน์. Chile Pixtun, a Guatemalan, says the doomsday theories spring from Western, not Mayan, ideas. ชิลี Pixtun, Guatemalan กล่าว ว่า แนวคิด โลกาวินาศ spring ทฤษฎี จาก ตะวันตก ไม่ Mayan,. A significant time period for the Maya does end on the date, and enthusiasts have found a series of astronomical alignments they say coincide in 2012, including one that happens roughly only once every 25,800 years. ช่วง เวลา ที่ สำคัญ สำหรับ มา ยา จะ สิ้นสุด ใน วัน และ ชอบ เล่น พบ ชุด ของ การ จัด แนว แบบ มากมาย ที่ พวก เขา กล่าว เหมือน กัน ใน 2,012 รวม ทั้ง ที่ เกิด ขึ้น อย่าง หยาบ เพียง หนึ่ง ครั้ง ใน 25,800 ปี. It may sound all too much like other doomsday scenarios of recent decades - the 1987 Harmonic Convergence, the Jupiter Effect or "Planet X." อาจ เสียง ทั้งหมด มาก เกินไป เช่น สถานการณ์ โลกาวินาศ อื่น ๆ ของ ทศวรรษ ล่าสุด - 1,987 สามัคคี กัน Convergence, ผล Jupiter หรือ "Planet X." But this one has some grains of archaeological truth. แต่ คน นี้ มี ธัญพืช บาง จริง โบราณคดี. One of them is Monument Six. หนึ่ง ใน พวก เขา เป็น อนุสาวรีย์ หก. Found at an obscure ruin in southern Mexico during highway construction in the 1960s, the stone tablet almost didn't survive; the site was largely paved over, and parts of the tablet were looted. พบ ที่ ปิดบัง ทำลาย ใน ภาค ใต้ ของ เม็กซิโก ใน ระหว่าง การ ก่อสร้าง ทางหลวง ใน ทศวรรษ ที่ 1960, ยา เม็ด หิน เกือบ ไม่ รอด; เว็บไซต์ ได้ paved ส่วน ใหญ่ กว่า และ บาง ส่วน ของ ยา เม็ด ถูก looted. It's unique in that the remaining parts contain the equivalent of the date 2012. ก็ เฉพาะ ใน ส่วน ที่ เหลือ มี เทียบเท่า ของ 2,012 วัน ที่. The inscription describes something that is supposed to occur in 2012 involving Bolon Yokte, a mysterious Mayan god associated with both war and creation. จารึก ไว้ อธิบาย ถึง สิ่ง ที่ ควร จะ เกิด ขึ้น ใน 2,012 เกี่ยว กับ Bolon Yokte เป็น พระเจ้า Mayan ลึกลับ ที่ เกี่ยวข้อง กับ สงคราม และ การ สร้าง. However - shades of Indiana Jones - erosion and a crack in the stone make the end of the passage almost illegible. อย่างไรก็ตาม - ร่ม เงา ของ อินเดีย น่า โจน ส์ - การ กัดกร่อน และ แตก ใน หิน ทำให้ สิ้น ทาง ที่ อ่าน ไม่ ออก เกือบ. Archaeologist Guillermo Bernal of Mexico's National Autonomous University interprets the last eroded glyphs as maybe saying, "He will descend from the sky." นัก โบราณคดี Guillermo Bernal ของ เม็กซิโก ของ National University อัตโนมัติ แปล glyphs eroded สุดท้าย ที่ อาจ กล่าว ว่า "เขา จะ ลง มา จาก ฟาก ฟ้า. The Maya civilization, which reached its height from the year 300 to 900, had a talent for astronomy. อารยธรรม มา ยา ที่ ถึง ความ สูง จาก 300 ปี ถึง 900, มี พรสวรรค์ ใน ดาราศาสตร์. Its Long Count calendar begins in 3114 BC, marking time in roughly 394-year periods known as Baktuns. นาน นับ มัน ปฏิทิน จะ เริ่ม ขึ้น ใน 3,114 พ.ศ., ลาย ครั้ง ใน ช่วง เวลา คร่าว 394 ปี เรียก ว่า Baktuns. Thirteen was a significant, sacred number for the Maya, and the 13th Baktun ends around Dec. 21, 2012. สิบ สาม เป็น สำคัญ จำนวน ห้าม สำหรับ ยา และ 13 Baktun สิ้นสุด รอบ 21 ธันวาคม 2012. On November 6, 2009 NASA posted an article called 2012: Beginning of the End or Why the World Won't End? ที่ 6 พฤศจิกายน 2009 นาซา ส่ง บทความ เรียก 2,012: เริ่ม ต้น ของ การ สิ้นสุด หรือ ทำไม โลก จะ ไม่ สิ้นสุด? Remember the Y2K scare? จำ หลอน Y2K? It came and went without much of a whimper because of adequate planning and analysis of the situation. มัน มา และ ก็ ไม่ มาก ส่งเสียง ครวญคราง เพราะ เพียงพอ ใน การ วางแผน และ การ วิเคราะห์ สถานการณ์. Impressive movie special effects aside, Dec. 21, 2012, won't be the end of the world as we know. ผล ประทับใจ หนัง พิเศษ นอกเหนือ, 21 ธันวาคม 2012 ไม่ จะ สิ้นสุด ใน โลก นี้ ที่ เรา รู้. It will, however, be another winter solstice. มัน จะ แต่ เป็น อา ยัน หนาว อื่น. On November 8, 2009, the Syfy Channel presented "2012: Startling New Secrets" concluding with survivalists who are planning to move to underground bunkers (habitats) by 2012. ที่ 8 พฤศจิกายน 2009, Syfy Channel เสนอ "2,012: ไล่ ลับ ใหม่" สุดท้าย กับ survivalists ผู้ วางแผน ที่ จะ ย้าย ไป bunkers ใต้ดิน (อยู่ อาศัย) โดย 2,012. The presenters, all knowledgeable in their fields, presented two points of view. Presenters ทุก ความ รู้ ใน สาขา ของ พวก เขา นำ เสนอ สอง จุด ดู. Some believe the Mayan Calendar predicts doomsday on December 21, 2012, while others believe it will be a spiritual transformation. บาง คน เชื่อ ว่า Mayan Calendar คาด นิ รัน ด ร์ ที่ 21 ธันวาคม 2012 ใน ขณะ ที่ คน อื่น เชื่อ ว่า จะ มี การ แปลง ใจ. Could both be right? ได้ ทั้ง มี สิทธิ? Then again, there are those who see it as just another day (marker) on the calendar. แล้ว อีก ครั้ง มี ผู้ ที่ เห็น มัน เป็น เพียง วัน (เครื่องหมาย) ใน ปฏิทิน อื่น. To me it's all a hologram that will evolve, on or around, that day. ฉัน ก็ ทุก โฮ โล แก รม ที่ จะ เปลี่ยนแปลง ใน หรือ ประมาณ วัน ที่. On November 13, 2009 Roland Emmerich's disaster film 2012 premiered. ที่ 13 พฤศจิกายน 2009 ภาพยนตร์ ภัย โร แลนด์ Emmerich ของ 2,012 premiered. In the Mayan city of Tikal in Guatemala, the victims of a mass suicide adhere to the Mayan Long Count Calendar, which predicts the end of the world will occur at the end of the current cycle on or around December 21, 2012, which coincides with the Galactic Alignment of December 21, 2012 (the northern hemisphere's winter solstice). ใน เมือง Mayan ของ Tikal ใน กัวเตมาลา, ผู้ ที่ ตกเป็น เหยื่อ ของ การ ฆ่า ตัว ตาย มวล ไป ตาม Mayan Long Calendar นับ ซึ่ง คาด สิ้น โลก จะ เกิด ขึ้น ที่ ส่วน ท้าย ของ รอบ ปัจจุบัน หรือ รอบ 21 ธันวาคม 2012 ซึ่ง เกิด ขึ้น พร้อม กับ การ จัด ตำแหน่ง ของ กา แลก ติก 21 ธันวาคม 2012 (อา ยัน ฤดู หนาว ของ ซีก โลก เหนือ). The Institute for Human Continuity, a covert organization aware of the situation, begins building huge arks beneath the Himalayan Mountains designed to withstand natural disasters, in order to save humanity, significant species, and mankind's greatest treasures. สถาบัน มนุษย์ ต่อ เนื่อง เป็น องค์กร แอบแฝง ทราบ สถานการณ์ ที่ เริ่ม สร้าง arks ใหญ่ ใต้ ภูเขา เกี่ยว กับ ภูเขา หิมาลัย ออกแบบ มา เพื่อ ต้านทาน ภัย ธรรมชาติ เพื่อ ประหยัด มนุษย์, พันธุ์ สำคัญ และ มนุษย์ เป็น ขุม คลัง ยิ่ง. There are debates about how and when the world's governments will alert their citizens, and how to select those who will survive Armageddon. มี debates จะ เกี่ยว กับ วิธี การ และ เมื่อ รัฐบาล ของ โลก จะ แจ้ง เตือน ประชาชน ของ พวก เขา และ วิธี การ เลือก ผู้ ที่ จะ อยู่ รอด Armageddon. Meanwhile, on a trip to Yellowstone with his children, Jackson meets Charlie Frost (Woody Harrelson), who hosts a radio segment on the Mayans' predictions. ขณะ ที่ การ เดินทาง ไป เยล โลว์ กับ เด็ก ของ เขา Jackson Charlie น้ำค้างแข็ง (ทำ ด้วย ไม้ Harrelson), ผู้ ไพร่พล ส่วน วิทยุ ใน การ คาด การณ์ Mayans 'ตรง. การ จัด แนว แบบ ฟ้า On December 21, 2012 , for the first time in approximately 26,000 years ที่ 21 ธันวาคม 2012 สำหรับ ครั้ง แรก ใน ประมาณ 26,000 ปี  ดวง อาทิตย์ จะ ขึ้น เพื่อ ร่วม กัน ตัด ของ น้ำ นม Way และ เครื่อง บิน เกี่ยว กับ สุริยุปราคา.  ดวง อาทิตย์ aligning กับ ศูนย์ กา แลก ติก is referred to as the Cosmic Cross . หมาย ถึง จักรวาล Cross.  ตาม โบราณ มา ยา วัน นี้ จะ ทำ เครื่องหมาย ที่ สิ้นสุด of one world as we know it and the beginning of another. หนึ่ง โลก ที่ เรา รู้ มัน และ ต้น อื่น.  ตาม ที่ นัก วิจัย และ ผู้ เขียน William Henry, การ จัด แนว นี้ จะ ถือ เป็น ศูนย์ รวม ของ Sacred Tree, Tree ชีวิต, ต้นไม้ จำ เป็น ที่ ต้อง ห้าม ใน ทุก โลก ประเพณี ใจ. Emerging from this tree, or star alignment, comes a serpent (DNA) rope with an enlightened being named Nine (9, Closure) Winds (Wormholes, Spirals, StarGates, SG, Sacred Geometry). ฉุกเฉิน จาก ต้นไม้ นี้ หรือ วาง แนว ดาว งู (DNA) เชือก กับ รู้ แจ้ง เป็น ชื่อ Nine (9 ปิด ลม) (Wormholes, Spirals, StarGates, SG, Sacred เรขาคณิต) มา. Nine Winds is Quetzalcoatl riding upon a blessed substance the Mayans called itz (literally 'the blessed substance') apparently spewing from it. Quetzalcoatl เป็น Nine ลม ขี่ เมื่อ สาร จำเริญ Mayans เรียก itz (อักษร 'สาร จำเริญ) apparently spewing จาก มัน. In Mayan belief a serpent rope emerges from the center of the galaxy, symbolized by an 8-rayed or 8-spoked wheel. เชื่อ Mayan เชือก งู ปรากฏ จาก ศูนย์กลาง ของ กาแล็กซี ได้ ที่ไหน โดย 8 rayed หรือ 8 ล้อ spoked. Cosmic sap oozes from this world tree or cosmic cross. เกี่ยว กับ จักรวาล กำลังวังชา oozes จาก ต้นไม้ โลก นี้ หรือ ข้าม เกี่ยว กับ อากาศ. 
|
|
|
 Like (+29)  No (-0)
|
|
 โปรดระวังบัตรปลอม 55555+ อยากรู้จักผมคลิกที่บัตรนะจ๊ะ
|
|
|
Tabo
พลทหารแบกปืน
 
ออฟไลน์
กระทู้: 2203
ติ๊ด ตะลิด ติ๊ด ชึ่ง ติ๊ด ชึ่ง ติ๊ด ติ๊ด ชึ่ง
|
|
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 06:43 » |
|
ผมอยากจะเอามือกั้นหูไว้
|
|
|
 Like (+23)  No (-0)
|
|
|
|
|
นาย ตลุยดงพญาตีน สกุล ยืนงงในดงตีน
ลูกเสือสามัญ
ออฟไลน์
กระทู้: 705
สถานะ เกรียนขั้นเทพ
|
|
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 06:44 » |
|
 น้ำ นม ทาง กา แล็ ก ซี่ เป็น แรง บันดาล ใจ สำหรับ สัญลักษณ์ ของ Ouroboros. ใน ตำนาน น้ำนม ทาง กา แล็ ก ซี่ เก็บ รอบ เวลา 'ดี' ที่ สิ้นสุด ใน การ แก้ไข ภัย พิบัติ. This refers to a serpent of light (Milky Way) residing in the heavens, who, when viewed at the galactic central point near Sagittarius, eats its own tail. นี้ หมาย ถึง งู แสง (น้ำนม Way) อาศัย อยู่ ใน ชั้น ฟ้า ทั้งหลาย และ ผู้ ที่ เมื่อ ดู ที่ จุด กลาง ดารา จักร ใกล้ ธนู, อาหาร หาง ของ ตนเอง. Suntelia Aion refers to the sun (light) rising out of the mouth of the ouroboros (aion) on the winter solstice December 21, 2012. Ancient historians, and especially Plato, referred to a cycle of catastrophe at the End of that Age. Suntelia Aion หมาย ถึง ดวง อาทิตย์ (ไฟ) เพิ่ม ขึ้น จาก ปาก ของ ouroboros (aion) ใน ฤดู หนาว อา ยัน 21 ธันวาคม 2,012. ประวัติศาสตร์ ยุค โบราณ และ โดย เฉพาะ อย่าง ยิ่ง Plato, หมาย ถึง วงจร ของ ความ หายนะ ที่ สิ้นสุด อายุ ที่.  แสง อาทิตย์ รอบ - Solar Max 2,012  ทฤษฎี คริสตัล กะโหลก ศีรษะ  อีก รัฐ 2,012 ทฤษฎี ที่ เก่า แก่ มา ยา เข้ารหัส ข้อมูล ใน 12 skulls ผลึก ซึ่ง จะ reunited ที่ 21 ธันวาคม 2012 การ สร้าง เมท ริก ซ์ ที่ จะ ทำให้ ข้อมูล ที่ ห้าม การ กลับ ไป เป็น มนุษย์ สติ evolves. In other words you will remember that you are a ight being here to experience the physical in time and then return to light as physical reality ends. ใน คำ อื่น ๆ ที่ คุณ จะ ทราบ ว่า คุณ กำลัง ight ที่ นี่ เพื่อ ประสบการณ์ ทาง กาย ใน เวลา นั้น กลับ ไป ที่ ไฟ ที่ สิ้นสุด ความ เป็น จริง ทาง กายภาพ. McKenna Terence  Terence McKenna (16 พฤศจิกายน 1946 - 3 เมษายน 2000) แล้ว เขียน เป็น ปราชญ์ และ ethnobotanist. He is noted for his many speculations on the use of psychedelic, plant-based hallucinogens, and subjects ranging from shamanism, the development of human consciousness, and the Novelty Theory - Time Wave: Zero Point. เขา อยู่ ที่ ระบุ ไว้ สำหรับ speculations ๆ ของ เขา ใน การ ใช้ ซึ่ง ทำให้ เคลิบเคลิ้ม, hallucinogens จาก โรงงาน ที่ และ วิชา ตั้งแต่ พุทธ นิกาย มองโกล พัฒนา ของ จิตสำนึก ของ มนุษย์ และ ความ แปลก ทฤษฎี - เวลา Wave: Zero Point. Time Wave: Zero Point Google Video (11 minutes). เวลา Wave: Zero Point Google Video (11 นาที). Other Videos วิดีโอ อื่น ๆ Novelty Theory predicts the ebb and flow of novelty in the universe as an inherent quality of time. แปลก ทฤษฎี คาด การณ์ การ ลด ลง และ การ ไหล ของ แปลก ใน จักรวาล เป็น คุณภาพ ลด เวลา. McKenna developed the theory in the mid-1970s after his experiences in the Amazon at La Chorrera led him to closely study the King Wen sequence of the I-Ching. McKenna พัฒนา ทฤษฎี ใน 1970s-กลาง หลังจาก ประสบการณ์ ใน Amazon ที่ La Chorrera ของ เขา ทำให้ เขา อย่าง ใกล้ ชิด การ ศึกษา ลำดับ พระ วิน ของ I-ชิง. Novelty theory involves ontology, extropy, and eschatology. ทฤษฎี แปลก เกี่ยว กับ ontology, extropy และ eschatology. The theory proposes that the universe is an engine designed for the production and conservation of novelty. ทฤษฎี เสนอ ว่า จักรวาล เป็น เครื่องมือ การ ออกแบบ สำหรับ การ ผลิต และ การ อนุรักษ์ แปลก. Novelty, in this context, can be thought of as newness, or extropy (a term coined by Max More meaning the opposite of entropy). แปลก ใน บริบท นี้ สามารถ คิด ของ การ เป็น สิ่ง ใหม่ หรือ extropy (ระยะ ชื่อว่า โดย Max เพิ่มเติม ความ หมาย ตรง ข้าม entropy). According to McKenna, when novelty is graphed over time, a fractal waveform known as "timewave zero" or simply the "timewave" results. ตาม McKenna เมื่อ แปลก คือ graphed เมื่อ เวลา ผ่าน ไป waveform fractal เรียก ว่า "ศูนย์ timewave" หรือ เพียง timewave "" ผล. The graph shows at what time periods, but never at what locations, novelty increases or decreases. กราฟ จะ แสดง ใน สิ่ง ที่ เวลา แต่ ไม่มี ตำแหน่ง อะไร แปลก เพิ่ม ขึ้น หรือ ลด. Considered by some to represent a model of history's most important events, the universal algorithm has also been extrapolated to be a model for future events. พิจารณา โดย ที่ จะ แสดง รุ่น ของ เหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ ที่ สำคัญ ที่สุด ของ ขั้น ตอน วิธี สากล นอกจาก นี้ ยัง extrapolated เป็น รุ่น สำหรับ กิจกรรม ใน อนาคต. McKenna admitted to the expectation of a "singularity of novelty", and that he and his colleagues projected many hundreds of years into the future to find when this singularity (runaway "newness" or extropy) could occur. McKenna เข้า คาด หมาย ของ เอกพจน์ "ของ แปลก" และ ที่ เขา และ เพื่อน ร่วม งาน ของ เขา ฉาย หลาย ร้อย ปี ใน อนาคต เพื่อ หา สิ่ง ใหม่ "เมื่อ ความ แปลก ประหลาด นี้ (ผู้ ลี้ ภัย" หรือ extropy) อาจ เกิด ขึ้น. The graph of extropy had many enormous fluctuations over the last 25,000 years, but amazingly, it hit an asymptote at exactly December 21, 2012. กราฟ ของ extropy มี การ ขึ้น ลง ใหญ่ ๆ ที่ ผ่าน 25,000 ปี แต่ amazingly มัน ตี asymptote ที่ ตรง 21 ธันวาคม 2012. In other words, entropy (or habituation) no longer exists after that date. ใน คำ อื่น ๆ entropy คุ้นเคย (หรือ) ไม่มี อยู่ ใน วัน ที่. It is impossible to define that state. มัน เป็น ไป ไม่ ได้ กำหนด ว่า รัฐ. The technological singularity concept parallels this, only at a date roughly three decades later. แนวคิด แปลก ประหลาด เทคโนโลยี parallels นี้ ณ วัน ที่ ฉาบฉวย สาม ทศวรรษ ภายหลัง. According to leading expert Ray Kurzweil), another concept called cultural singularity (essentially cultural dissolution, or language dissolution), parallels this as well. ตาม เร ย์ ผู้เชี่ยวชาญ ชั้น นำ Kurzweil) แนวคิด อื่น เรียก เอกพจน์ วัฒนธรรม ละลาย (วัฒนธรรม เป็น หลัก หรือ ละลาย ภาษา) parallels นี้ เช่น กัน. McKenna claimed to have no knowledge of the Mayan calendar, which ends exactly the same day that the Timewave graph does: December 21, 2012. McKenna อ้าง มี ความ รู้ ใน ปฏิทิน Mayan ซึ่ง สิ้นสุด ตรง วัน เดียวกัน ที่ กราฟ Timewave ไม่: ไม่มี 21 ธันวาคม 2012 Prophecies พื้นเมือง อเมริกัน  ทำนาย Cherokee Calendar 2004 and 2012 bring an alignment connected to the Cherokee Calendar and in the heavens of the Rattlesnake Constellation. ปี 2004 และ 2,012 นำ มา วาง แนว เชื่อม ต่อ กับ Cherokee Calendar และ ใน ชั้น ฟ้า ทั้งหลาย ของ งู งูเห่า ปี่แก้ว. It is the time of the doublehead serpent stick. เป็น เวลา ของ งู doublehead คัน. It is the time of the Red of Orion and Jupiter against White Blue of Pleiades and Venus. เป็น เวลา ของ สี แดง ของ Orion และ ดาว พฤหัสบดี กับ White Blue ของ ดาว ลูกไก่ และ ดาว ศุกร์. It is the time of the Uku's choosing. เป็น เวลา ของ การ เลือก Uku ของ. It is the time of the Beloved Woman and Mysteries of Time Untime. เป็น เวลา ของ รัก ผู้หญิง และ Mysteries เวลา Untime. It is the Time Untime of the Thunderbolt and the spirits of Lightning Mountains. เป็น เวลา Untime ของ อัสนี และ วิญญาณ ของ ฟ้าผ่า Mountains. Rattlesnake or serpent represents the human DNA biogenetic experiment. งู กะปะ หรือ งู หมาย ถึง DNA มนุษย์ ทดสอบ biogenetic ทำนาย Hopi  Hopi อินเดีย ของ Arizona เชื่อ ว่า เรา อยู่ ใน ยุค ที่ สี่ ของ ห้า - ที่ สี่ ของ โลก และ จะ มี 'Great บริสุทธิ์' เพียง ก่อน เริ่ม ต้น ของ ห้า World. They have a series of nine prophecies, starting with the coming of white men with guns, (which came true in the sixteenth century). พวก เขา มี ชุด ของ เก้า prophecies เริ่ม ต้น ด้วย ที่ มา ของ ผู้ชาย สี ขาว กับ ปืน (ที่ มา จริง ใน ศตวรรษ ที่ สิบ หก). The eighth prophecy is the hippie era, which was manifested in the nineteen sixties. ทำนาย แปด เป็น ยุค ฮิปปี้ ซึ่ง ประจักษ์ ใน อายุ หก สิบ เศษ สิบ เก้า. The only remaining prophecy to be fulfilled is the appearance of a new star that they call Blue Star Kachina. 'Speaking Wind', a Pueblo Indian from Northern New Mexico, has said that the Fifth World will start in December 2012. ทำนาย เหลือ เพียง ที่ จะ ปฏิบัติ ตาม เป็น ลักษณะ ของ ดาว ใหม่ ที่ พวก เขา โทร Blue Star Kachina. 'พูด Wind' Pueblo อินเดีย จาก ภาค เหนือ ใหม่ เม็กซิโก ได้ กล่าว ว่า ห้า โลก จะ เริ่ม ใน ธันวาคม 2012. This conforms to Hopi Indian prophecies, even though some have put the transition at 2011. นี้ conforms เพื่อ prophecies Hopi อินเดีย แม้ว่า บาง ส่วน ได้ นำ การ เปลี่ยนแปลง ที่ 2,011. Yuga กาลี  Mayan About.com Calendar Corroborates ฮินดู ทำนาย In the ģBrahma-Vaivarta Puranaē, Lord Krishna tells Ganga Devi that a Golden Age will come in the Kali Yuga - one of the four stages of development that the world goes through as part of the cycle of eras, as described in Hindu scriptures. ใน ģBrahma-Vaivarta Puranaē พระเจ้า Krishna บอก Ganga Devi ว่า Golden อายุ จะ มา ใน กาลี Yuga - หนึ่ง ใน สี่ ขั้น ตอน ของ การ พัฒนา ที่ โลก ไป ถึง เป็น ส่วน หนึ่ง ของ วัฏจักร ของ ยุค ตาม ที่ อธิบาย ใน คัมภีร์ ฮินดู. Lord Krishna predicted that this Golden Age will start 5,000 years after the beginning of the Kali Yuga, and will last for 10,000 years. พระเจ้า Krishna คาด การณ์ ว่า Golden อายุ จะ เริ่ม ต้น 5,000 ปี หลังจาก เริ่ม ต้น ของ กาลี Yuga และ จะ สุดท้าย 10,000 ปี. Yuga in Hindu philosophy is the name of an 'epoch' or 'era' within a cycle of four ages. Yuga ใน ปรัชญา ฮินดู เป็น ชื่อ ของ ยุค '' หรือ 'ยุค' ภายใน รอบ สี่ วัย. These are the Satya Yuga (or Krita Yuga), the Treta Yuga, the Dvapara Yuga and finally the Kali Yuga. เหล่า นี้ เป็น Satya Yuga (หรือ Krita Yuga) Treta Yuga, Dvapara Yuga และ สุดท้าย กาลี Yuga. According to Hindu cosmology, life in the universe is created, destroyed once every 4.1 to 8.2 billion years, which is one full day (day and night) for Brahma. ตาม จักรวาล วิทยา ฮินดู ชีวิต ใน จักรวาล จะ สร้าง ทำลาย ทุกๆ 4.1 ถึง 8.2 พัน ล้าน ปี ซึ่ง เป็น หนึ่ง วัน เต็ม (วัน และ คืน) สำหรับ พรหม. The lifetime of a Brahma himself may be 311 trillion and 40 Billion years. งาน ของ พระ พรหม เอง อาจ จะ 311 trillion และ 40 พัน ล้าน ปี. The cycles are said to repeat like the seasons, waxing and waning within a greater time-cycle of the creation and destruction of the universe. รอบ จะ กล่าว ซ้ำ เช่น ฤดูกาล, ข้าง และ เสื่อมโทรม ภายใน เวลา มากกว่า หนึ่ง รอบ ของ การ สร้าง และ การ ทำลาย ของ จักรวาล. Like Summer, Spring, Winter and Autumn, each yuga involves stages or gradual changes which the earth and the consciousness of mankind goes through as a whole. เช่น ฤดู ร้อน, ฤดู ใบไม้ ผลิ, ฤดู หนาว และ ฤดู ใบไม้ ร่วง, yuga เกี่ยวข้อง กับ แต่ละ ขั้น ตอน หรือ การ เปลี่ยนแปลง ที ละ น้อย ที่ แผ่นดิน และ จิตสำนึก ของ มนุษย์ ไป โดย รวม. A complete yuga cycle from a high Golden Age of enlightenment to a Dark Age and back again is said to be caused by the solar system's motion around a central sun. รอบ yuga เสร็จ จาก ที่ สูง Golden อายุ ตรัสรู้ เป็น เข้ม อายุ และ กลับ ไป อีก ครั้ง เป็น กล่าว เกิด จาก การ เคลื่อนที่ ของ ระบบสุริยะ รอบ ดวง อาทิตย์ กลาง. Mayan Calendar Matches Hindu Calendar Mayan Calendar Calendar จับ คู่ ฮินดู It is interesting that this prediction of the emergence of a new world is prophesied to appear about the same time that the Mayans predicted it to come! เป็น ที่ น่า สนใจ ที่ ทำนาย การ เกิด ของ โลก ใหม่ นี้ prophesied ปรากฏ เกี่ยว กับ เวลา เดียวกัน ที่ Mayans ที่ คาด การณ์ ไว้ มา! The Mayan calendar began with the Fifth Great Cycle in 3114 BC and will end on 21 December 2012 AD. ปฏิทิน Mayan เริ่ม ด้วย ห้า Great 3,114 รอบ ใน พ.ศ. และ จะ สิ้นสุด ใน วัน ที่ 21 ธันวาคม 2012 AD. The Hindu Kali Yuga calendar began on 18 February 3102 BC There is only a difference of 12 years between the Hindu's beginning of the Kali Yuga and the Mayan's beginning of the Fifth Great Cycle. ปฏิทิน ฮินดู กาลี Yuga เริ่ม ที่ กุมภาพันธ์ 18 3,102 พ.ศ. มี เพียง ความ แตก ต่าง ของ 12 ปี ระหว่าง ต้น ฮินดู ของ กาลี Yuga และ Mayan ของ ต้น ห้า รอบ Great. Golden Age Could Begin in 2012 ทอง อายุ สามารถ เริ่ม 2,012 The ancient Hindus mainly used lunar calendars but also used solar calendars. Hindus โบราณ ใช้ หลัก ปฏิทิน จันทรคติ แต่ ใช้ ปฏิทิน สุริยคติ. If an average lunar year equals 354.36 days, then this would be about 5270 lunar years from the time when the Kali Yuga started until 21 Dec 2012. ถ้า ปี จันทรคติ เฉลี่ย เท่ากับ 354.36 วัน แล้ว นี้ จะ เกี่ยว กับ 5,270 ปี ดวง จันทร์ เป็น ครั้ง เมื่อ กาลี Yuga เริ่ม ต้น จนถึง 21 ธันวาคม 2012. This is the same year that the Mayans predict rebirth of our planet. นี้ เป็น ปี เดียวกัน ที่ Mayans คาด การณ์ การ เกิด ใหม่ ของ ดาวเคราะห์ ของ เรา. It is also about 5113 solar years of 365.24 days per year, and is day number 1,867,817 into the Kali Yuga. นอกจาก นี้ ยัง เกี่ยว กับ 5,113 ปี ของ แสงอาทิตย์ 365.24 วัน ต่อ ปี และ มี จำนวน วัน 1,867,817 ใน กาลี Yuga. By either solar or lunar years, we are over 5,000 years into the Kali Yuga and it is time for Lord Krishna's prophecy to happen according to the ancient Hindu scriptures. โดย ปี สุริยคติ หรือ จันทรคติ ทั้ง เรา มากกว่า 5,000 ปี ใน กาลี Yuga ที่ และ เวลา สำหรับ การ ทำนาย พระเจ้า Krishna ไป ที่ เกิด ขึ้น ตาม คัมภีร์ ฮินดู โบราณ. Lord Krishna's Golden Age could easily begin in 2012! พระเจ้า Krishna's Golden Age ง่าย สามารถ เริ่ม 2,012! Mayan Prophecy Matches Hindu Prophecy Mayan ทำนาย ทำนาย ตรงกัน ฮินดู It is amazing that both calendars began at about the same time over 5,000 years ago and both calendars predict a totally new world and/or golden age after about 5,000 years into their calendars! มัน น่า พิศวง ที่ ปฏิทิน ทั้ง สอง เริ่ม ต้น ที่ เกี่ยว กับ เวลา เดียวกัน กว่า 5,000 ปี มา แล้ว และ ปฏิทิน ทั้ง การ คาด การณ์ ของ โลก ใหม่ ทั้งหมด และ / หรือ วัย ทอง หลังจาก เกี่ยว 5,000 ปี ใน ปฏิทิน ของ พวก เขา We are definitely on to something with these Mayan and Hindu 2012 predictions. แน่นอน เรา ยัง มี สิ่ง เหล่า นี้ Mayan และ ฮินดู 2,012 คาด การณ์. Historically, this is an amazing fact since these two ancient cultures did not have any contact. ประวัติศาสตร์ นี้ เป็น ความ จริง ที่ น่า ตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่ สอง วัฒนธรรม โบราณ เหล่า นี้ ไม่ ได้ ติดต่อ. The end of Kali Yuga occurs "When flowers will be begot within flowers, and fruits within fruits, then will the Yuga come to an end. And the clouds will pour rain unseasonably when the end of the Yuga approaches." สิ้น กาลี Yuga เกิด ขึ้น "เมื่อ ดอกไม้ จะ begot ภายใน ดอกไม้ และ ผล ไม้ ใน ผล ไม้ จะ Yuga จบ. และ เมฆ จะ หลั่ง น้ำ ฝน อย่าง ไม่ ถูก ฤดูกาล เมื่อ สิ้น วิธี Yuga.  6 มิถุนายน 2012 Transit ดาว ศุกร์ There are many pseudo-science theories about the eight-year pentagonal cycle of Venus. มี หลอก หลาย ทฤษฎี วิทยาศาสตร์ เกี่ยว กับ แปด ปี รอบ ห้า เหลี่ยม ของ ดาว ศุกร์ เป็น. Some believe that a doorway opened during the Venus Transit on June 8, 2004 closing on June 6, 2012. บาง คน เชื่อ ว่า ทาง เข้า ประตู เปิด ระหว่าง ดาว ศุกร์ Transit ที่ 8 มิถุนายน 2004 ปิด ที่ 6 มิถุนายน 2012. Others link it to the Goddess Venus (the archetype for all feminine deities) and her return to create a new reality. อื่น ๆ ลิงค์ ไป ยัง เทพธิดา ดาว ศุกร์ (archetype สำหรับ deities ผู้หญิง ทั้งหมด) และ ผล ตอบแทน ของ เธอ เพื่อ สร้าง ความ จริง ใหม่. ดู Ellie ของ 21 ธันวาคม 2012 ทำนาย Time is an illusion, so exact dates don't apply and tend to be wrong. Prophecies throughout history have named this as the end of time, citing science and pseudoscience as a basis for their conclusions. เวลา เป็น ภาพลวงตา วัน ที่ แน่นอน จึง ไม่ สามารถ ใช้ และ มี แนวโน้ม ที่ จะ เป็น ธรรม. Prophecies ตลอด ประวัติศาสตร์ มี ชื่อ นี้ เป็น จุด สิ้นสุด ของ เวลา การ อ้างอิง วิทยาศาสตร์ และ pseudoscience เป็น พื้นฐาน สำหรับ บท สรุป ของ พวก เขา. Everything about the events of December 21, 2012 is up for conjecture, personal interpretation and consist of a long line of theories that make sense to those who present them. ทุก อย่าง เกี่ยว กับ เหตุการณ์ ที่ 21 ธันวาคม 2012 มี ขึ้น สำหรับ การ เดา, การ ตีความ ส่วน บุคคล และ ประกอบด้วย สาย ยาว ของ ทฤษฎี ที่ ทำให้ รู้สึก ถึง บรรดา ผู้ ที่ นำ พวก เขา. What is true and what is false will be determined on, or before, that date. สิ่ง ที่ เป็น จริง และ สิ่ง ที่ เป็น เท็จ จะ ได้ รับ การ พิจารณา ใน หรือ ก่อน วัน ที่. Consciousness is shifting on all levels, which cannot be denied. สติ เป็น แน่ ใน ทุก ระดับ ที่ ไม่ สามารถ ปฏิเสธ. Spiritually this is a movement into higher consciousness. Spiritually นี้ เคลื่อนไหว ใน สติ ที่ สูง ขึ้น. To examine the accelerating physical Earth changes and consciousness of humanity, recognizing and healing its issues, is to understand this evolutionary process and what is occurring. เพื่อ ตรวจ สอบ เร่ง การ เปลี่ยนแปลง ทาง กายภาพ และ โลก ของ มนุษย์ สติ, ตระหนัก ถึง และ การ เยียวยา ปัญหา ของ มัน คือ การ เข้าใจ กระบวนการ วิวัฒนาการ และ สิ่ง ที่ เกิด ขึ้น. There are many factors linked to December 21, 2012 back into light, from which the human biogenetic came. มี หลาย ปัจจัย ที่ เชื่อม โยง กับ 21 ธันวาคม 2012 กลับ สู่ แสง ที่ มนุษย์ biogenetic มา. The best barometer for you, is your own intuition, which will allow you to sense great changes within and without. บารอมิเตอร์ ที่ ดี ที่สุด สำหรับ คุณ คือ ปรีชา ญาณ ของ คุณ เอง ซึ่ง จะ ช่วย ให้ คุณ รู้สึก เปลี่ยนแปลง มาก ภายใน และ ไม่มี. Dreams and meditation will also guide this part of your journey. ฝัน และ สมาธิ ก็ จะ นำ ส่วน หนึ่ง ของ การ เดินทาง ของ ท่าน.  ความ เป็น จริง
|
|
|
 Like (+29)  No (-0)
|
|
 โปรดระวังบัตรปลอม 55555+ อยากรู้จักผมคลิกที่บัตรนะจ๊ะ
|
|
|
นาย ตลุยดงพญาตีน สกุล ยืนงงในดงตีน
ลูกเสือสามัญ
ออฟไลน์
กระทู้: 705
สถานะ เกรียนขั้นเทพ
|
|
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 06:44 » |
|
ปี 2012 แกนโลกจะพลิกกลับ โลกไร้ซึ่งมีชีวิตใดจะอยู่ได้ จริงหรือ ? กนโลกจะพลิกกลับขั้ว" Pole Shift " บรรดา ET กำลังให้ความช่วยเหลือในการรอดของมนุษย์  แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ทำนายการพลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก อาจนำมาสู่การสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์ในปี 2012 จาก การทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์ ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน เมื่อสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น ในการค้นคว้าวิจัยส่วนตัวและของบริษัท ได้วิเคราะห์หรือทำนายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Hyderabad ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวกับการยกระดับพลังงานขึ้นสูงสุด จะเกิดขึ้นในปี 2012 นี้ การ พลิกกลับขั้วของแกนแม่เหล็กโลก คือกระบวนการเมื่อขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้กลับตำแหน่งกัน เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น, ที่จุดหนึ่งของเวลา สนามแม่เหล็กโลกจะลดลงเกือบจะถึงศูนย์เกาซ์ โลกที่จุดนั้นของเวลามีคุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นศูนย์ สิ่งนี้บังเอิญมาเกิดขึ้นพร้อมกัน กับการหมุนรอบพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ในทุกๆสิบเอ็ดปีพอดี ใน ประวัตศาสตร์ของมนุษย์ยุคใหม่ ปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน แต่ในปัจจุบัน, แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้ ซึ่ง NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว มากล่าวถึงในที่สาธารณะเกี่ยวกับการพลิกกลับขั้วจะทำคุณสมบัติของแม่เหล็ก ของโลกอ่อนแอและเบี่ยงเบนไป แต่ไม่ใช่ศูนย์ ตาม แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์ Hyderabad การพลิกกลับเกี่ยวกับขั้วของโลก และดวงอาทิตย์สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาที่จริงจังดังต่อไปนี้ - ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer) - การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ - ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก - ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น, เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม - สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับ อันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ - กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น -แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจาก เดิม ถ้า คุณรวมเค้าเรื่องการทำลายล้างกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปได้เหล่านี้เป็นไปได้ทั้งหมด, คุณสามารถดูได้โดยง่าย, โลกอาจจะกลายเป็นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของมนุษย์เมื่อถึงปี 2012 และผู้ที่จะรอดได้นั้นอาจต้องมีชีวิตอยู่ใด้ดินหรือใต้เปลือกโลกเท่านั้น.. . กลุ่มนักค้นคว้าเรื่อง UFO จำนวนมาก (ในต่างประเทศ) ที่ได้ทำการติดต่อกับพวกเขาอย่างลับๆ รายงานว่ามนุษย์ต่างดาวได้ตระหนักถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับโลกในช่วงระยะอัน ใกล้นี้ ได้เข้ามาบันทึกและศึกษาเหตุการณ์การสูญพันธุ์ของรูปแบบอารยธรรมเกี่ยวกับ มนุษย์ อันเนี่องมาจากการขาดของความรู้ของเราเอง ขณะนี้เขากำลังจัดเตรียมเครื่องมือสำหรับการตรวจวัดและคัดเลือกมนุษย์ที่เขา จะช่วยชิวิตเอาไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว... พวก เขาได้รับสัญญาณและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลก ว่ามีบางสิ่งที่รุนแรงจะเกิดขึ้น ซึ่งเขากำลังเตรียมช่วยเหลือเราอย่างเงียบๆ รวมถึงการเคลื่อนย้ายเราไปสู่ปลายทางที่ปลอดภัยที่เราไม่อาจรู้ (ซึ่งฃ่าวนี้ตรงกับข้อมูลทางกลุ่มเขากะลาของไทยที่บอกไว้คล้ายกัน เกี่ยวกับการเตรียมการช่วยเหลือตามจุดต่างๆ 8จุด ทั้งในไทยและต่างประเทศ) หลายๆเหตุการณ์ เช่นTsunami, มันเป็นไปได้ที่เราจะงงงวยและจ้องมองมัน กับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ถ้าเรื่องราวนี้ถูกต้อง, มันอาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่เราจะอยู่รอดจะเพื่ออารยธรรมของเรา บางทีเราอาจต้องเคลื่อนย้ายสู่ดาวเคราะห์อื่นๆ เช่นที่มันอาจจะเคยเกิดขึ้นบนดาวอังคารเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว... หากแปลไม่เข้าใจตามไปอ่านต้นฉบับที่นี่ครับ.. พุทธพยากรณ์ ขององค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้า เข้าใจว่ามาจากพระไตรปิฏก ‘‘ อานันทะ ดูก่อนอานนท์ก่อนถึงกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะเกิดการณ์ ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกันฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก แต่ ว่า ดูก่อนอานนท์ก่อนถึงกึ่ง พุทธกาล 15ปี จะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรงหาได้ไม่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว อานันทะ ดูก่อนอานนท์ จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมาก ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมากๆ สมณะ ชี พราหมณ์จะล้มตาย จะตายฝ่ายละครึ่งจึงจะเลิกรากัน สำหรับประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงนัก ’’ โดยปกติคำของพระพุทธเจ้าจะเที่ยงแท้ไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนกึ่งพุทธกาลเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการทำวิชชาที่วัดปากน้ำภาษีเจริญโดยหลวงพ่อวัดปากน้ำ เพื่อปกป้องประเทศไทยเพื่อรักษาพระพุทธศาสนาให้รอดพ้นจากระเบิดปรมาณูตามที่ เราได้รับรู้กัน หลังกึ่งพุทธกาลมีใครหนอ ใครกันที่จะปกป้องคุ้มครอง (อายุพระพุทธศาสนา 5,000 ปี กึ่งพุทธกาลคือ 2,500 ปี) นำมาโพสเพื่อ ยังความไม่ประมาทให้เกิดกับสาธุชนทั้งหลาย โลกจะไม่สิ้นสุด มันเป็นแค่การเปลี่ยนแปลง ความเข้า ใจของชาวมายาเกี่ยวกับ เวลา ฤดูกาล และวงจร ได้พิสูจน์พวกเขาว่ายิ่งใหญ่และเข้าใจในเรื่องชีวิต วัฒนธรรมเป็นอย่างดี วัน ที่ 21 ธันวาคม 2012 เป็นวันเกิดใหม่ เป็นการเริ่มต้นของ the World of the Fifth Sun เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ เป็นผลมาจาก- เป็นเครื่องหมายว่า- ดวงอาทิตย์เดินทางผ่านเส้น equator ของ Galaxy และโลกจะปรับทิศทางให้เข้ากับศูนย์กลางของ Galaxy ดวงอาทิตย์ขึ้นของวัน ที่ 21 ธันวาคม 2012 เป็นครั้งแรกในรอบ 26,000 ปี ดวงอาทิตย์จะขึ้นเชื่อมกับการทับกันของทางช้างเผือกกับระนาบของ Ecliptic พรรณนาว่าบนท้องฟ้าจะปรากฏดาวเคราะห์ และดวงดาวต่างๆมากมาย ปรากฏการณ์ของจักรวาลครั้งนี้ถือว่าเป็น The Sacred Tree, The Tree of Life การ ที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งเดียวกับ Galaxy ในปี 2012 จะเปิดช่องทางหนึ่งสำหรับพลังงานจักรภพที่จะไหลผ่านโลก ล้างโลกให้สะอาด รวมทั้งล้างสิ่งที่อาศัยอยู่ ยกทั้งหมดสู่ภาวะที่สูงขึ้น ขั้นตอนเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ถ้าคนบนโลกอยู่ถึงปี 2012 โดยยังมีสภาพปกติ ปราศจากการถูกทำลาย เราจะเข้าสู่ภาวะใหม่ ที่สูงขึ้น แต่เพื่อไปถึง ณ จุดนั้นได้ เราต้องเปลี่ยนด้วยแรงที่มีพลังมหาศาลเพื่อที่จะป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึง ปรารถนานั้น มีความหวังถ้าผู้คนของฝ่ายสว่างรวมตัวกันเป็นหนึ่งปฏิบัติ ในแนวทางเดียวกันเราจะเข้าสู่ภาวะใหม่ ที่สูงขึ้น เรากำลังอยู่ในยุคที่ มีความสำคัญที่สุดของปฏิทินมายันและพยากรณ์ คำทำนายของโลกทั้งหมด ทุกความเชื่อ กำลังรวมกันเป็นหนึ่ง ไม่มีเวลาสำหรับสงครามเย็น จิตวิญญาณในอุดมคติเกิดขึ้นแล้ว ด้านมืดสามารถเปลี่ยนเมื่อเผชิญกับหัวใจ ที่เปิด อย่างง่ายๆ นี่คือสิ่งที่นำไปสู่การรวมกัน นี่คือกุญแจสู่ the World of the Fifth Sun การเกิดขึ้นของยุค the fifth Sun จะนำไปสู่ธาตุที่ถูกมองข้าม ที่ผ่านมาธาตุ ดิน น้ำ ลม และ ไฟ เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จัก ในยุคต่อไป ธาตุที่ห้าคือ อีเธอร์ Ether คือสิ่งที่เป็นกลางๆซึ่งกระจายผ่านที่ว่างและส่งผ่านคลื่นที่มีหลากหลายความ ถี่ Ethereal คือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับศาสนา สัมผัสไม่ได้ เป็นสิ่งที่เหนือโลก คือสวรรค์ เราจำเป็นต้องแสดง ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เลือกคนที่เป็นตัวแทนซึ่งเข้าใจและจะแสดงทางให้เห็นถึงความเคารพต่อแผ่นดิน การนั่งสมาธิคือสิ่งที่ดี แต่ต้องทำด้วย นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด สำหรับมนุษย์ เพื่อโลกแต่ละคนมีความสำคัญ ถ้าคุณเป็นมนุษย์ในยุคนี้ คุณต้องมีจิตที่จะทำงานเพื่อรักษาสมดุล The planet เป้าหมายของชาวมายัน เป็นเดียวกับเป้าหมายของโลก ปัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในสิ่งที่ง่ายๆ ความ รัก ความเคารพ ความอดกลั้น การแบ่งปัน ความกตัญญู การให้อภัย มันเป็นสิ่งที่ไม่ยุ่งยาก ความรู้จริงๆนั้นฟรี สิ่งที่ต้องการอยู่ภายในตัว ทฤษฎีเรื่องปี 2012 นั้นปีสิ้นโลกนั้น ยังคงเป็นเรื่องราวที่ถกเถียงกันในวงกว้าง ว่าไม่เป็นความจริง โดยมีนักวิชาการคนสำคัญออกมาให้ทรรศนะเรื่องนี้ จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง ได้แก่ นายคาร์ลอส บาริออส(Carlos Barrios) นักประวัติศาสตร์ นักมามุษยวิทยา และนักค้นคว้า ผู้มีความรู้เกี่ยวกับเวลาและปฏิทินเก่าแก่ของชาวมายันเป็นอย่างดี ชายผู้นี้ถือกำเนิดในครอบครัวชาวสเปนในแถบที่ราบสูงของ กัวเตมาลา ซึ่งที่พักของเขาอยู่ที่ Huehuetenango อันเป็นที่อยู่ของเผ่ามายันและชาวพื้นเมืองอื่นๆ ที่ยังรักษาธรรมเนียมและความเชื่อเดิมตั้งแต่อดีตไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม คา ร์ลอส ได้ทำการศึกษาจิตวิญญาณและวิถีชีวิตชาวมายัน ตั้งแต่อายุ 19 ปี มาเป็นเวลานานกว่า 25 ปี จนเขากลายเป็นนักบวชคนหนึ่งและเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณ ดดยเฉพาะแนวคิดที่สัมพันธ์กับวัน The Winter Solstice of 2012 ซึ่งเป็นวันที่สิ้นสุดในฤดูหนาวของปี ค.ศ.2012 โดยเฉพาะการที่เขาได้ ค้นคว้าหาข้อมูลปฏิทินชาวมายัน จากการสัมภาษณ์ผู็สูงอายุ ชาวมายัน กว่า 600 คน เพื่อยืนยันว่าชาวมายันโบราณ"ไม่ได้เป็นผู้พยากรณ์ว่าโลกจะสิ้นสุดในปี ค.ศ. 2012" ในขณะที่นักมานุษยวิทยา นักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดีทั้งหลาย ได้เดินทางมาที่โบราณสถาน ซึ่งเป็นแหล่งของชาวมายันเพื่อทำการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชาวเมโสอเมริกา อันเก่าแก่ แต่เขาเหล่านั้นไม่ได้อ่านสัญลักษณ์ต่างๆ อย่างถูกต้อง ส่วนมากมักจะสร้างงานต่างๆขึ้นมาโดยอาศัยเพียง"จินตนาการ"นำมาเสริมกับทฤษฎี สมคบคิด จนกลายเป็นคำพยากรณ์ของชาวมายัน ที่สัมพันธ์กับปฏิทินของพวกเขา ที่บอกว่าโลกจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 จนทำให้ผู้สูงอายุชาวมายันต่างพากันโกรธและไม่พอใจกับการกระทำแบบนี้ เพราะ ลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากชาวมายันในอดีต เชื่อว่าตามคำสอนและความเชื่อของบรรพบุรุษนั้นไม่ได้บอกว่าโลกจะสิ้นสุดลงใน ปี ค.ศ. 2012 ซึ่งหากจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เหตุการณ์นั้นก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณที่ดีขึ้น มิใช่การทำลายล้างแต่อย่างใด คาร์ลอสสนับสนุนแนวคิดของลูกหลานชาวมา ยันเหล่านี้ ผ่านผลงานการเขียนที่มีชื่อเสียงของเขาปรากฎอยู่ในหนังสือ "The Book of Destiny" นำเสนอความลึกลับของชาวมายันและความเชื่อที่ถูกต้องในเรื่องของการทำนาย หายนะของโลกในปี ค.ศ. 2012 ซึ่งมีความสอดคล้องกับทฤษฎี The World Will Not End ดังที่กล่าวไว้แล้วด้วย แต่ที่แน่นอน คือ ช่วงเวลาดังกล่าวจะมี การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมวลมนุษยชาติ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
|
|
|
 Like (+29)  No (-0)
|
|
 โปรดระวังบัตรปลอม 55555+ อยากรู้จักผมคลิกที่บัตรนะจ๊ะ
|
|
|
นาย ตลุยดงพญาตีน สกุล ยืนงงในดงตีน
ลูกเสือสามัญ
ออฟไลน์
กระทู้: 705
สถานะ เกรียนขั้นเทพ
|
|
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 06:45 » |
|
2012 กับประเทศไทย ประเทศไทยจะเหลือดังภาพ  คลัมบัสค้น พบ “โลกใหม่ได้อย่างไร ก่อน ค.ศ. 1492 ไม่มีชาวยุโรปคนใดรู้แน่ชัดว่าเลยจากหมู่เกาะคานารีและหมู่เกาะอซอร์สออกไป แล้วจะเป็นเช่นไร เมื่อคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสออกเดินเรือไปทางทิศตะวันตกนั้น เขามุ่งแสวงหาเส้นทางเดินเรือไปสู่ “อินดีส” (อินเดีย ตลอดจนดินแดนและหมู่เกาะต่างๆ ในตะวันออกไกล ต่อมาเรียกว่า อินดีสตะวันออก) แต่เขากลับพบทวีปใหม่ซึ่งยังไม่เคยมีนักสำรวจหรือนักภูมิศาสตร์ที่มีชื่อ เสียงผู้ใดในทวีปยุโรปรู้ว่ามีอยู่ ต่อมาดินแดนนี้เรียกว่ามุนดุส โนวุส (Mundus Novus) หรือ “โลกใหม่” ซึ่งปัจจุบันคือทวีปอเมริกาเหนือและใต้ ดิน แดนที่โคลัมบัสไปถึงคือหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน ไม่ใช่อเมริกาเหนือ โคลัมบัสไม่เคยตระหนักในความผิดพลาดนี้เลยและยืนยันอยู่จนวันตายว่าดินแดน ที่เขาค้นพบคือ “อินดีส” ด้วยเหตุนี้ดินแดนที่เขาพบนั้นจึงได้ชื่อว่า อินดีสตะวันตก และชนพื้นเมืองของทวีปอเมริกาเหนือจึงได้ชื่อว่าชาวอเมริกันอินเดียน โคลัมบัส เกิดที่เมืองเจนัวในอิตาลีเมือ ค.ศ. 1451 เขาออกทะเลตั้งแต่อายุ 14 ปี พออายุ 30 ปีก็เป็นนักเดินเรือและผู้นำร่องที่เชี่ยวชาญ ในคริสต์ ศตวรรษที่ 15 ชาวโปรตุเกสหาเส้นทางเดินเรือสู่ “อินดีส” โดยมุ่งไปทางทิศตะวันออก อ้อมแหลมด้านใต้ของทวีปแอฟริกา ขณะนั้นมีเส้นทางค้าขายเครื่องเทศ อัญมณี และผ้าไหมโดยทางบกจาก “อินดีส” อยู่แล้ว โคลัมบัสศึกษาปูมการเดินเรือจากแหล่งความรู้ต่างๆ เท่าที่หาได้ เช่น คัมภีร์ไบเบิล วรรณกรรมโบราณ และหนังสือวิทยาศาสตร์ซึ่งมีอยู่น้อยเล่มแล้วสรุปว่าหากเดินเรือไปทางทิศ ตะวันตกจะถึง “อินดีส” ได้เร็วกว่า โคลัมบัส เป็นนักเดินเรือชาวอิตาลีจากเมืองเจนัวผู้ไม่เคยตระหนักเลยว่าตนได้ค้นพบ ทวีปอเมริกา สำเนาคำอธิบายประกอบหนังสือที่เขาคัดจาก Description of the World (คำอธิบายเกี่ยวกับโลก) ที่มาร์โคโปโลเขียนไว้และหนังสือ Imago Mundi (อิมาโก มุนดี-ภาพของโลก) ของพระคาร์ดินับปีแอร์ ดายยี ยังมีให้เห็นเป็นหลักฐานอยู่ ข้อความตอนหนึ่งในอิมาโก มุนดี ซึ่งเขียนไว้เมื่อ ค.ศ. 1410 ระบุว่า อริสโตเติลกล่าวว่า “ทะเลที่อยู่ระหว่างดินแดนด้านตะวันออกสุดของสเปนกับดินแดนที่ใกล้ที่สุดกับ แถบตะวันตกของอินเดียมิได้กว้างใหญ่เท่าใดนัก” ในขณะที่มาร์โคโปโลอ้างว่าประเทศญี่ปุ่นอยู่ห่างจากคาเธย์ (ประเทศจีน) ไปทางทิศตะวันออกเป็นระยะทาง 2,400 กม. ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นอยู่ใกล้กับสเปนเกินกว่าที่เป็นจริง โคลัมบัสหลง ไขว้เขวตามข้อเขียนของพระคาร์ดินัลดายยีและมาร์โคโปโล และหลงตามข้อมูลในคัมภีร์อะพ็อกคริฟาเล่มที่สองของเอสดราสซึ่งระบุว่าโลก แบ่งเป็นแผ่นดิน 6 ส่วน และทะเล 1 ส่วน (ที่ถูกต้องคือแผ่นดิน 1 ส่วน และพื้นน้ำเกือบ 3 ส่วน) นอกจากนี้ เขายังคำนวณด้วยมาตราไมล์ของอิตาลีโดยมิได้เฉลียวใจว่ามาตรานี้สั้นกว่า มาตราของอาหรับ ซึ่งใช้ทำแผนที่ส่วนใหญ่ในยุคนั้น ดังนั้นเขาจึงคำนวณว่า “อินดีส” อยู่ห่างจากหมู่เกาะคานารีไปตามตะวันตก 6,300 “โลก เก่า” แผนที่โลกเก่าเป็นภาพพิมพ์ไม้แกะ พิมพ์ที่เมืองอูล์มในเยอรมนีเมื่อ 6 ปีก่อนโคลัมบัสพบโลกใหม่ แผนที่นี้มาจากตำราภูมิศาสตร์ฉบับประกอบแผนที่ของปโตเลมี (ประมาณ ค.ศ. 90-168) ผลงานของนักภูมิศาสตร์และดาราศาสตร์ชาวอียิปต์ – กรีก ผู้นี้บันดาลใจให้โคลัมบัสมุ่งตะวันตกเพื่อหาเส้นทางสู่เอเชีย เข็ม ทิศ ของนักเดินเรือชาวอิตาลี พร้อมกล่องและฝา เป็นแบบที่ใช้ในสมัยของโคลัมบัส มีลายเฟลอร์ เดอ ลี บนหน้าปัดเพื่อระบุทิศเหนือ  รายชื่อ เมืองที่จะจมอยู่ใต้น้ำ ประมาณ พ.ศ.2563 คาดเดาจากมหาวิทยาลัยฮา ร์วาร์ฟ สหรัฐอเมริกา น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เมืองที่อยู่ริมชายฝัง,เกาะ,เมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน อาจจมน้ำได้ เริ่ม ที่อเมริกาเหนือ 1.นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ประชากรประมาณ 24,857,000 คน 2.ฟิ ลาเดนเฟีย สหรัฐอเมริกา ประชากรประมาณ 7,452,300 คน 3.ลอส แอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ประชากรประมาณ 16,927,620 คน 4.โทรอนโต แคนาดา ประชากรประมาณ 9,258,400 คน 5.ออสตาวา แคนาดา ประชากรประมาณ 12,638,450 คน 6.ฮาวานา คิวบา ประชากรประมาณ 7,524,000 คน อเมริกาใต้ 7.การา กัส เวเนซุเอรา ประชากรประมาณ 12,856,000 คน 8.บัวโนสใฮเรส อาร์เจนตนา ประชากรประมาณ 5,492,000 คน 9.โบโกตา โคลอมเบีย ประชากรประมาณ 14,584,900 คน 10.เซาเปาลู บราซิล ประชากรประมาณ 8,243,000 คน 11.ซา ติเอโก ชิลี ประชากรประมาณ 11,859,200 คน ไปดูยุโรปบ้าง 12.ลอนดอน อังกฤษ ประชากรประมาณ 18,672,000 คน 13.เฮงซิงกิ ฟินแลนด์ ประชากรประมาณ 7,473,600 คน 14.ปารีส ฝรั่งเศส ประชากรประมาณ 17,253,000 คน 15.สต อสโฮร์ม สวีเดน ประกรประมาณ 12,854,000 คน 16.อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ประชากรประมาณ 8,967,000 คน 17.ดับลินไอร์แลนด์ 4,982,400 คน ไปดู แถบเอเชียบ้านเรากัน 18.โตเกียว ญี่ปุ่น ประชากรประมาณ 34,749,000 คน 19.นา งาซากิ ญี่ปุ่น ประชากรประมาณ 21,746,450 คน 20.โซล เกาหลีใต้ ประชากรประมาณ 9,255,000 คน 21.ไทเป ใต้หวัน ประชากรประมาณ 18,792,000 คน 22.เซี่ยงไฮ้ จีน ประชากรประมาณ 16,482,900 คน 23.ฮ่องกง จีน ประชากรประมาณ 17,784,000 คน 24.ฮานอย เวียดนาม ประชากรประมาณ 15,644,200 คน 25.กรุงเทพมหานคร ไทย ประชากรประมาณ 11,584,700 คน 26.สิงคโปร์ ซิตี้ สิงคโปร์ ประชากรประมาณ 3,257,000 คน 27,ย่างกุ้ง พม่า ประชากรประมาณ 4,922,000 คน ลงไปออสเตรเลีย 28.ซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย ประชากรประมาณ 18,351,400 คน 29.วิกตรอเรีย ออสเตรเลีย 8,445,000 คน 30.เวง ลิงตัน นิวซีแลนด์ ประชากรประมาณ 4,799,520 คน จุดจบของโลก ในทรรศนะของพระพุทธศาสนา ขอตั้งสมมติฐานว่า “จุดจบของโลกอยู่ที่ ๖๐๐๐ ล้านปี และ จุดจบของโลก กับ จุดจบของสัตว์ที่มีวิญญาณครองต่างกัน” โดยมีเหตุผลและอรรถาธิบาย ยกหลักฐานจากพระคัมภีร์ มาประกอบดังนี้ - ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์บอกว่า โลกใบนี้เกิดมาแล้ว ประมาณ ๔๕๐๐ ล้านปี - พระพุทธเจ้าตรัส ว่า ในภัทรกัปนี้ โลกใบนี้เคยมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติแล้ว ๔ พระองค์ คือ ๑. พระกกุสันธะ ๒. พระโกนาคมนะ ๓. พระกัสสปะ ๔. พระโคดม(พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน) นั่นก็เท่ากับว่า ประมาณ ๑,๑๕๐ ล้านปีมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติ ๑ พระองค์ หลัง จากนั้น โลกจะล้าง เพราะน้ำท่วม,ไฟใหม้ (ภูเขาไฟระเบิด)เป็นยุค ๆไป (แต่โลกยังไม่แตก) ขณะที่โลกถูกไฟไหม้ และน้ำท่วมนั้น มนุษย์ส่วนมากจะไปเกิดในชั้นอาภัสสรพรหม(ไปอยู่กับพระเจ้า) เมื่อภูมิ อากาศและผืนดินอุบัติขึ้นใหม่ ก็จะกลับมาเกิดในโลกอีก พระพุทธเจ้าตรัสบอกอีกว่า ในกัปของโลกนี้ จะมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติเพียง 5 พระองค์ แล้วโลกก็จะแตกพินาศไป เพราะไฟ ( ดวงอาทิตย์เรียงกัน ๗ ดวง ) นั่น ก็แสดงว่า อีกประมาณ ๑๕๐๐ ล้านปีข้างหน้าโลกจะแตกพินาศ หลังจากพระพุทธเจ้าองค์ที่ 5 คือ พระศรีอริยเมตตรัย อุบัติแล้ว ๑๐๐๐ ล้านปี แต่ สรรพสัตว์มิได้มีจุดจบอยู่แค่นั้น หลังจากโลกพินาศแล้ว สัตว์ส่วนมากจะไปเกิดในชั้นอาภัสสรพรหม เมื่อโลกอุบัติขึ้นใหม่ ก็จะกลับมาเกิดเป็นสรรพสัตว์ในโลกอีก ดูลายระเอียดได้ใน อัคคัญญสูตรพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ อีกไม่นานจะ เกิดสึนามิอีกครั้ง ในส่วนประเทศไทย จะได้รับผลกระทบมากๆ เพราะว่ารอยเลื่อนแผ่นดินที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 มันเลื่อนแค่เศษ 1 ส่วน 4 เท่านั้น ดังนั้นจะเหลืออีกเศษ 3 ส่วน 4 ที่ยังไม่เกิด ซึ่งแผ่นดินมันค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาทางเหนือระหว่างเกาะนิโคบาและเกาะอันดามัน โดยการเลื่อนในครั้งนี้มันจะเขยิบเข้ามาใกล้กับชายฝั่งของประเทศไทยมากขึ้น จากครั้งที่แล้ว" ดร.สมิทธ กล่าวต่อว่า ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้อง 9 ริกเตอร์เหมือนกับครั้งที่แล้ว เรียกว่าขอให้เกิดสึนามิขึ้นเมื่อใด ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบมหาศาล "คำนวณง่ายๆ ว่าสึนามิครั้งที่แล้วมันไกลจาก 6 จังหวัดภาคใต้ถึง 1,200 กิโลเมตร แต่รอยเลื่อนอีกเศษ 3 ส่วน 4 มันอยู่ใกล้ประเทศไทยเพียง 300-400 กิโลเมตา ดังนั้นถ้าเกิดสึนามิขึ้นไม่ว่าจะกี่ริกเตอร์ ประเทศไทยจะได้รับความเสียหายมากกว่าครั้งที่แล้วแน่นอน" ถามว่า จังหวัดไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ดร.สมิทธ กล่าวว่า คงไม่พ้น 6 จังหวัดที่โดนสึนามิครั้งที่แล้วถล่ม "ที่น่ากลัวที่สุดก็ไล่ไป ตั้งแต่ จ.ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล และเรื่อยลงไปอีกซึ่งมันจะกินพื้นที่มากๆ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดปัจจัยหลักก็ต้องดูจุดเกิดสึนามิที่แน่นอนอีกที ซึ่งไม่มีใครพยากรณ์ได้ตรงเป๊ะๆ แต่รวมๆ แล้ว 6 จังหวัดที่ว่าโดนผลกระทบมหาศาลมากๆ ถ้าไม่เฝ้าระวัง ซึ่งเรื่องนี้ในการประชุมเรื่องสึนามิที่ประเทศไทยเมื่อปีที่แล้วเราพูดกัน เยอะ แต่ก็เขาก็ไม่ได้บอกชัดเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทย ระบุแต่ถ้าเกิดสึนามิอีกครั้ง ตั้งแต่พม่าโดนหมด อย่างแผ่นดินไหวที่เฮติในครั้งนี้ บางคนก็พยากรณ์ว่าอีกนานจะเกิด 10-100 ปี แต่ผมเชื่อว่ามันพยากรณ์ไม่ได้ อยู่ๆ มันเกิดตูมขึ้นมา ภายใน 1-5 ปีนับจากนี้อาจไม่เกิดก็ได้ หรืออาจจะเกิดพรุ่งนี้ก็ได้ ไม่มีใครพยากรณ์ได้ ประเทศไทยก็เหมือนกัน แต่เราก็ทำได้แค่ระวังตัว นวันที่ 21 เดือน 12 ปี 2012 โลกจะอวสานจริงหรือ ?? ?? ?? ?? 1.ทางวิทยาศาสตร์ NASA ออกมาบอกว่าสนามแม่เหล็กโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลง 2.ทางโหราศาสตร์ บ่งบอกว่าจะเกิดการเรียงตัวกันของ โลก กาแล็คซี่ทางช้างเผือก และดวงอาทิตย์ 3.ทางโบราณคดี ชาวมายามีปฏิทินถึงเพียงแค่ปี 2012 และระบุวันจุดจบของโลกไว้ 4.ทางการทำนาย นอสตราดามุสได้ทำนายไว้กับราศีตีความแล้วสอดคล้องกับทางโหราศาสตร์ 5.ทาง UFO ผู้ที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้อ้างว่ามนุษย์ต่างดาวได้บอกเค้า(แล้วแต่ ความเชื่อ) 6.ทางความคิดผมเอง ศาสนาพุทธและคริส ได้ระบุวันจุดจบไว้แล้วในปี พุทธศักราชและคริสศักราช คำ ทำนายเรื่องวันสิ้นโลกนี้ มาจากวันในปฏิทินของชาวเผ่ามายัน (ชาวเผ่าโบราณที่อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาตอนกลาง) ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 ธันวาคม ปีคศ. 2012 ไม่ว่าจะทางใด ดูจากหลาย ๆ ทางแล้วชี้ไปในปีเดียวกัน ความเชื่อมั่นกับสิ่งที่จะเกิดในปี 2012 นั้นน่าจะมีอะไรเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่ ๆ แต่ที่แน่ ๆ ในปัจจุบันผมมั่นใจว่ามันน่าจะเริ่มเกิดขึ้นแล้ว โดยสังเกตุจากผลกระทบจากภัยธรรมชาตินี่เอง เมื่อกลับมามองดูปี 2012 ก็เลยมานั่งพิจรณาดูเล่น ๆ (การนับเลขฐานสิบจะนับศูนย์ถึงเก้า) ถ้าเราตัดเลขสองออกก็จะได้เลขนับ 0->1->2 เมื่อมาดูเป็นปี พ.ศ. มันเป็นปี 2555 (เลยสวยมาก) ถ้าเราตัดเลขสองออกเช่นกัน จะได้เลข 5 เรียงตัวกัน 3 ตัวผมขอโยงไปเรื่องโหราศาตร์ที่จะมี โลก กาแล็คซี่ และดวงอาทิตย์ ที่จะเกิดการเรียงตัวกัน ผลลัพธ์นั้นคงบอกไม่ได้ อาจเกิดผลกระทบรุนแรงต่อโลกหรืออาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้ เพราะสิ่งที่เราไม่รู้นั้นยังมีอีกมากมายทั้งในอวกาศและจักรวาล 1.ปฏิทินมายัน ทำไมต้องเชื่อปฏิทินของชาวเผ่ามายัน เป็น ที่ยอมรับว่าปฏิทินของชาวมายันมีความเที่ยงตรงอย่างมาก เที่ยงตรงกว่าปฏิทินระบบที่เราใช้กันในสากลมากมาย เพราะชาวมายันทำปฏิทินจากระบบดวงดาว โดยปฏิทินนี้ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรเลยถึง 380,000 ปี (ในขณะที่ปฎิทินที่เราใช้ต้องมี Leap Year ทุกๆ 4 ปีเป็นต้น) จะเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น คำถามนี้เป็นปัญหาโลกแตก (literally speaking) จริงๆ เพราะนอกจากจะเกี่ยวกับเรื่องวันสิ้นโลกแล้ว ยังเป็นคำถามที่ไม่มีใครให้คำตอบที่แน่นอนได้ มีเพียงการคาดเดา การผูกโยงข้อมูลต่างๆ เพื่อทำนายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันสิ้นโลก (ดู 21 December 2012, Articles you need to read.) เหตุการณ์ที่คาดเดากันว่าจะเกิดและเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องมีทั้งเรื่องของ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบนดวงอาทิตย์ที่จะเกิดผลกระทบยิ่งใหญ่กับระบบสุริยะ จักรวาลและโลกของเรา ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นจนถึงวันที่ 21 ธันวา 2012 การเปลี่ยนขั้วของขั้วโลกเหนือใต้ ฯลฯ แล้วชาวมายันทำนายไว้ว่าอย่างไร ชาว มายันไม่ได้เขียนชัดเจนว่า วันที่ 21 ธันวา 2012 จะเป็นวันสิ้นสุดของโลก มีผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า มันคือวันที่โลกจะเปลี่ยนแปลงจากยุคหนึ่งเป็นอีกยุคหนึ่ง และเรามีหน้าที่ที่จะต้องเตรียมรับมือกับวันนั้นให้ได้ เพื่อความอยู่รอดจากการเปลี่ยนแปลง และหลังจากวันนั้น โลกของเราจะมีสันติสุขอย่างแท้จริง ปฏิทินของชาวมายันโดยคร่าว จาก ปฏิทินของชาวมายัน เรากำลังอยู่ในช่วงปลายของ 1 วันแห่งระบบจักรวาล หรือ End of a Galactic Day ซึ่งระยะเวลา 1 วัน แห่งระบบจักรวาลนั้นยาวนานถึง 25,625 ปี และแบ่งได้เป็น 5 ช่วง ช่วงละ 5,125 ปี และขณะนี้เราอยู่ในช่วงปลายของช่วงที่ 5 แล้ว ชาวมายันบอกว่า นับจากปี 1999 เราจะมีเวลา 13 ปีที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติและจิตสำนึกของการอยู่บนโลกใบนี้เพื่อที่จะรอดจาก การทำลายล้าง และในขณะเดียวกัน ก็ก้าวสู่เส้นทางที่จิตสำนึกใหม่ปูให้กับการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ตามศาสตร์ของชาวมายัน ทุกๆ 5,125 ปี ดวงอาทิตย์จะเกิดปรากฏการณ์บางอย่างที่สัมพันธ์กับศูนย์กลางทางช้างเผือกอัน กว้างใหญ่ และจากปรากฏการณ์นั้นเอง ดวงอาทิตย์จะได้รับ ?ประกายไฟ? (Spark of light) ซึ่งทำให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงและส่งผ่านความร้อนรุนแรงมากขึ้น อย่างที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า ?Solar Flares? และยังทำให้ขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่อมายังโลก เกิดการสับเปลี่ยนขั้วโลก และทำให้เกิดหายนะทางธรรมชาติตามมามากมาย ปรากฏการณ์เหล่านี้ ชาวมายันเชื่อว่าเป็นเพียงกระบวนการทางธรรมชาติกระบวนการหนึ่งที่จะเกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสม่ำเสมอ เปรียบเหมือนการหายใจของคน และจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงหรือหยุดไป เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง (4 รอบแรกของปรากฏการณ์จากดวงอาทิตย์) และจะเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 5 เมื่อครบ 5,125 ปี ซึ่งก็คือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 นั่นเอง 2.Planet X NIBIRU Planet X NIBIRU ที่มีวงโคจรตัดกับวงโคจรของโลกเราจะตัดผ่านมาใกล้โลกอีกครั้ง ดาวดวงนี้จะผ่านมาที่วงโคจรของเราทุกๆ3600 ปี นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทวีปแอตแลนติกหายไป นั่นอาจเป้นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องโนฮากับเรือสมัยน้ำท่วมโลก ดาวดวงนี้จะเข้ามาใกล้โลกเรื่อยๆปี 2009 จะสามารถมองเห็นทางขั้วโลกใต้ด้วยกล้องส่องดาว ปี 2011 จะสามารถมองเห้นด้วยตาเปล่า ขนาดเท่าดวงจันทร์ของเรา ดาวดวงนี้เป็นสีแดง ปี 2012 จะเริ่มมีปฏิริยาต่อมวลสภาพอากาศบนโลก เศษหินในอวกาศที่มากับดาวนิบิรุจะตกลงมาบนพื่นโลก เป็นฝนดาวตกอันตรายต่อมวลชีวิตทั้งโลก วันที่ 21 ธันวาคม 2012 หายนะครั้งยิ่งใหญ่จะเกิดบนพื้นแผ่นดิน อย่างใครไม่เคยคาดคิดมาก่อน วัน14 กุมภาพันธ์ 2013 วันนั้นเป็นวันที่ โลก +นิบิรุ+ดวงอาทิตย์ โคจรมาอยู่แนวแกนเดียวกัน แกนแม่เหล็กโลกจะเปลี่ยนไป โลก จะหยุดหมุนรอบตัวเอง 3 วัน แผ่นดินจะแยกตัวเป็นเสี่ยง น้ำทะเลจะเป็นคลื่นมหาอภิสึนามิ ถล่มตามเมืองชายทะเลทุกแห่ง เมื่อแผ่นดินเคลื่อนตัวตามเปลือกโลก ลาวาก็จะถลักขึ้นมาเกิดเป็นภูเขาไฟมากมาย 3.UFOบอก ?? ??(แล้วแต่ ความเชื่อ) ?อู แรนเดอร์ โอลิเวียร่า? ผู้ซึ่งอ้างว่าเคยได้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวผู้โด่งดังนั้น ก็อ้างว่าเขามีโทรจิตที่เห็นภาพอนาคตจากการบอกเล่าของมนุษย์ต่างดาว ว่าในปี ค.ศ.2012 นั้น จะมีแสงสว่างมากที่สุดในกาแลกซี่และสะท้อนไปยังดาวเคราะห์ที่โคจรรอบตัว สิ่งมีชีวิตและโลกจะปั่นป่วนอย่างยิ่ง (คงจะจำเครื่องนี้ได้ LHC) 4.หลุมดำ ?? ?? ในที่นี้ก์อคือทั้งหลุมดำของแกแล็กซี่ทางช้างเผือกและวหลุมดำพที่อาจเกิด ขึ้นเองตามที่มนุษย์สร้างCERN ในทางศาสนาพุทธ ถึงอย่างไรก็ยังผู้แย้งว่าพระพุทธเจ้าได้เคยตรัสกับพระอานนท์ไว้ ว่าในพุทศศาสนาจะมีอายุ5000ปีและมันจะเสื่อมลงในตัวของมันเอง ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ยังคงเป็นเพียงคำทำนายที่ยังบอกคำตอบที่แท้จริงไม่ได้ หรอกว่าโลกเราจะอวสานวันไหน ************************************************************************ แกนโลกจะพลิกกลับขั้ว" Pole Shift " บรรดา ET กำลังให้ความช่วยเหลือในการรอดของมนุษย์ แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ทำนายการพลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก อาจนำมาสู่การสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์ในปี 2012 จากการทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์ ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน เมื่อสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น ในการค้นคว้าวิจัยส่วนตัวและของบริษัท ได้วิเคราะห์หรือทำนายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Hyderabad ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวกับการยกระดับพลังงานขึ้นสูงสุด จะเกิดขึ้นในปี 2012 นี้ การพลิกกลับขั้วของแกนแม่เหล็กโลก คือกระบวนการเมื่อขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้กลับตำแหน่งกัน เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น, ที่จุดหนึ่งของเวลา สนามแม่เหล็กโลกจะลดลงเกือบจะถึงศูนย์เกาซ์ โลกที่จุดนั้นของเวลามีคุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นศูนย์ สิ่งนี้บังเอิญมาเกิดขึ้นพร้อมกัน กับการหมุนรอบพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ในทุกๆสิบเอ็ดปีพอดี ในประวัตศาสตร์ของมนุษย์ยุคใหม่ ปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน แต่ในปัจจุบัน, แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้ ซึ่ง NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว มากล่าวถึงในที่สาธารณะเกี่ยวกับการพลิกกลับขั้วจะทำคุณสมบัติของแม่เหล็ก ของโลกอ่อนแอและเบี่ยงเบนไป แต่ไม่ใช่ศูนย์ ตามแบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์ Hyderabad การพลิกกลับเกี่ยวกับขั้วของโลกและดวงอาทิตย์สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหา ที่จริงจังดังต่อไปนี้ - ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer) - การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ - ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก - ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น, เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม - สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับ อันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ - กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น -แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
|
|
|
 Like (+29)  No (-0)
|
|
 โปรดระวังบัตรปลอม 55555+ อยากรู้จักผมคลิกที่บัตรนะจ๊ะ
|
|
|
นาย ตลุยดงพญาตีน สกุล ยืนงงในดงตีน
ลูกเสือสามัญ
ออฟไลน์
กระทู้: 705
สถานะ เกรียนขั้นเทพ
|
|
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 06:47 » |
|
ถ้าคุณรวมเค้าเรื่องการทำลายล้างกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปได้เหล่านี้เป็นไปได้ทั้งหมด, คุณสามารถดูได้โดยง่าย, โลกอาจจะกลายเป็นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของมนุษย์เมื่อถึงปี 2012 และผู้ที่จะรอดได้นั้นอาจต้องมีชีวิตอยู่ใด้ดินหรือใต้เปลือกโลกเท่านั้น..
. กลุ่มนักค้นคว้าเรื่อง UFO จำนวนมาก (ในต่างประเทศ) ที่ได้ทำการติดต่อกับพวกเขาอย่างลับๆ รายงานว่ามนุษย์ต่างดาวได้ตระหนักถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับโลกในช่วงระยะอัน ใกล้นี้ ได้เข้ามาบันทึกและศึกษาเหตุการณ์การสูญพันธุ์ของรูปแบบอารยธรรมเกี่ยวกับ มนุษย์ อันเนี่องมาจากการขาดของความรู้ของเราเอง ขณะนี้เขากำลังจัดเตรียมเครื่องมือสำหรับการตรวจวัดและคัดเลือกมนุษย์ที่เขา จะช่วยชิวิตเอาไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว...
พวกเขาได้รับสัญญาณและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลก ว่ามีบางสิ่งที่รุนแรงจะเกิดขึ้น ซึ่งเขากำลังเตรียมช่วยเหลือเราอย่างเงียบๆ รวมถึงการเคลื่อนย้ายเราไปสู่ปลายทางที่ปลอดภัยที่เราไม่อาจรู้ (ซึ่งฃ่าวนี้ตรงกับข้อมูลทางกลุ่มเขากะลาของไทยที่บอกไว้คล้ายกัน เกี่ยวกับการเตรียมการช่วยเหลือตามจุดต่างๆ 8จุด ทั้งในไทยและต่างประเทศ)
หลายๆเหตุการณ์ เช่นTsunami, มันเป็นไปได้ที่เราจะงงงวยและจ้องมองมัน กับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ถ้าเรื่องราวนี้ถูกต้อง, มันอาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่เราจะอยู่รอดจะเพื่ออารยธรรมของเรา บางทีเราอาจต้องเคลื่อนย้ายสู่ดาวเคราะห์อื่นๆ เช่นที่มันอาจจะเคยเกิดขึ้นบนดาวอังคารเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว...
******************************************************************************
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
เมื่อเร็วๆ มานี้ องค์การ NASA ได้เคยทำให้สาธารณะชนเกิดความหวาดหวั่นด้วยการออกมาเปิดเผยว่าการพลิกกลับ ของขั้วแม่เหล็กโลกจะทำให้ความเข้มข้นของสนามแม่เหล็กโลกอ่อนลง และไร้ความมั่นคงแต่ไม่ถึงกับลดลงถึงระดับศูนย์ แต่จากการศึกษาร่วมกันของนักวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่งกับกลุ่ม นักธรณีฟิสิกส์และนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์พบว่า ทั้งโลกและดวงอาทิตย์จะสิ้นสุดระยะเวลาที่ใช้ในกระบวนการพลิกกลับของขั้วแม่ เหล็ก (Magnetic Pole Reversal) ในปี ค.ศ. 2012 โดยครั้งล่าสุดกระบวนการนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีที่ผ่านมาจนทำให้ สัตว์จำพวกไดโนเสาร์สูญพันธุ์จนหมดสิ้น จากการค้นคว้าวิจัยและการวิเคราะห์ร่วมกันใน Hyderabad ได้คาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงครั้งใหม่นี้จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2012
คำถาม......? โลกจะเป็นอย่างไรเมื่อขั้วแม่เหล็กโลกกำลังพลิกด้าน
การพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กโลก คือ กระบวนการที่ขั้วแม่เหล็กเหนือและขั้วแม่เหล็กใต้สลับตำแหน่งกัน เมื่อการพลิกกลับของขั้วแม่เหล็กนี้เกิดขึ้น ณ ขณะเวลาใดเวลาหนึ่ง (ซึ่งไม่สามารถทำนายได้ว่าจะกินเวลานานเท่าใด อาจกินเวลาแค่ 1 ช.ม. หรืออาจเป็นเดือนก็ได้) มันหมายถึงว่าค่าการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กโลกจะลดลงจนมีค่าเป็นศูนย์ หน่วยกาซ และโลก ณ ขณะเวลานั้นจะสูญเสียอำนาจแห่งสนามแม่เหล็กโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คำถาม.......? จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่มีสนามแม่เหล็กโลก
โดยปกติสนามแม่เหล็กโลก จะเป็นเสมือนโล่กำบังที่ช่วยปกป้องโลกไว้อีกชั้นหนึ่งโดยเฉพาะ การช่วยกำบังโลกจากพายุสุริยะที่เกิดจากดวงอาทิตย์ แต่เมื่อไม่มีสนามแม่เหล็กโลกในเวลาที่ว่านั้น สิ่งมีชีวิตบนโลกจะต้องเจอกับหายนะ นั่นก็คือ พายุสุริยะ(บางคนเรียกลมสุริยะ มันเหมือนกันนะเดี๋ยวจะสับสน) พายุสุริยะ คือ พลังงานที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่เกิดจากธาตุไฮโดรเจนบนพื้นผิวดวง อาทิตย์ ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาสู่อวกาศด้วยแรงระเบิดมหาศาล ซึ่งพายุสุริยะนั้นประกอบด้วย รังสีคอสมิก(และอีกมากมาย) และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอันมหาศาล
คำถาม........? เราจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องเผชินกับพายุสุริยะ
'ฮารัลด์ เลสช์' (Harald Lesch) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย 'มิวนิค' ได้สร้างแบบจำลองสนามแม่เหล็กโลกขึ้นมาศึกษาในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เพื่อหาคำตอบว่าโลกเราจะเป็นอย่างไรหากไม่มีสนามแม่เหล็ก แบบจำลองที่ 'ฮารัลด์ เลสช์' สร้างขึ้นพบว่า ถ้าโลกเราถูกพายุสุริยะกระหน่ำ ผลที่ได้สร้างความประหลาดใจอย่างยิ่ง จากภาพจำลองที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นแสดงให้เห็นว่า เมื่อ มวลอนุภาคคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากพายุสุริยะมาถึงโลก จะทำปฏิกิริยากับชั้นบรรยากาศ เกิดเป็นสนามแม่เหล็กชุดใหม่มาแทนที่และทรงพลัง พอที่จะทานแรงปะทะของรังสีคอสมิก ทำให้รังสีคอสมิกที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์เบนออกสู่อวกาศแต่ทะว่าโลกเรา นั้นสามารถรอดพ้นจากอันตรายจากรังสีคอสมิกไปได้ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ไม่ได้เป็นผลดีต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกเลย ตามหลักแล้วกระแสไฟฟ้าจะไหลไปสู่ที่ๆมีความต่างศักย์ที่น้อยกว่า และสนามแม่เหล็กชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นไม่ได้เสถียร เหมือนแม่เหล็กโลกเดิม ฉะนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำปฏิกิริยากับบรรยากาศโลกย่อมไม่ได้หยุดอยู่ เพียงแค่นั้น สิ่งที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะกระทำต่อไปนั้นก็คือ การปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้าอันมหาศาลสู่ที่ๆมีความต่างศักย์ที่น้อยกว่า นั่นก็คือพื้นผิวโลก เหตุการณ์ที่ว่านี้คือ พายุฟ้าผ่านั้นเอง พายุฟ้าผ่านี้ อาจกินเนื้อที่ทั้งทวีปหรือทั่วโลก สายฟ้าที่กระหน่ำลงมาจากก้อนเมฆอิเล็กตรอนนั้น จะกระหน่ำผ่าลงมาทุกๆที่โดยไม่หยุดจนกว่าพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากพายุ สุริยะจะหมดลง และจะเกิดขึ้นอีกถ้าพายุสุริยะลูกต่อไปมาถึง หรือจนกว่าการกลับขั้วของแม่เหล็กโลกจะเสร็จสมบูรณ์จนทำให้กระบวนการสร้าง สนามแม่เหล็กโลกจะทำงานได้อีก สิ่งมีชีวิตบนโลกมากมายจะต้องตาย และเทคโนโลยีต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นจะถูกทำลายลงในครั้งนี้ แต่ถ้ารังสีคอสมิกสามารถหลุดรอดมากจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้ สิ่งมีชีวิตที่รอดจากการถูกฟ้าผ่า ก็อาจจะต้องตายจากโรคมะเล็งและความร้อน
คำถาม........? เมื่อสนามแม่เหล็กโลกเกิดการพลิกตัวอย่างสมบูรณ์จะเกิดอะไรขึ้นกับโลก
สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้อาจะเหลือเชื่อแต่ตามหลักการแล้วย่อมเป็นไปได้ การพลิกด้านของขั้วแม่เหล็กโลกนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความหายนะจากพายุสุริยะแค่ เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดหายนะจากการหมุนกลับทางของโลกที่จะเกิดตามมาอีก ยกตัวอย่าง เช่น การหมุนของมอเตอร์ มอเตอร์แบบธรรมดามี 2 ขั้ว โดยให้สัญลักษณ์ A และ B ก่อนที่ขั้วแม่เหล็กโลกจะพลิกตัว ให้เปรียบโดยการใช้ ไฟฟ้าขั้ว + ต่อเข้ากับ A และไฟฟ้าขั้ว - ต่อเข้ากับ B มอเตอร์จะหมุนไปทางใดทางหนึ่ง แต่เมื่อเราต่อขั้วไฟฟ้ากลับด้านกัน ย่อมทำให้มอเตอร์เกิดการหมุนทิศทางตรงกันข้ามกับครั้งแรก และนี่ก็เปรียบกับการพลิกด้านของขั้วแม่เหล็กโลกนั่นเอง
คำถาม........? แล้วสิ่งมีชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป
เมื่อโลกหมุนกลับทาง สิ่งมีชีวิตที่เหลืออาจจะต้องเจอกับภัยธรรมชาติมากมาย โลกหมุนกลับทางย่อมทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยน ทั้งกระแสน้ำทะเล กระแสลม รวมถึงแผ่นดิน จากนี้จะเกิดอะไรขึ้นย่อมไม่มีใครรู้ได้ มนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่มีชีวิตรอด จะปรับตัวอย่างไรเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก มนุษย์ที่เหลือจะทำอย่างไรเมื่อวันนั้นมาถึง...........................
ในแง่ความคิดของผู้มีญาณในไทย
ผู้มีฌาณทั้งหลายได้บรรยายภาพที่ได้เห็นมาว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตบ้าง เช่นประเทศไทยในอนาคตจะเหลือแค่ภาคเหนือและภาคอีสานเท่านั้น ที่เป็นพื้นที่แผ่นดินผืนใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรอดพ้นภัย อย่างเช่นที่เชียงใหม่ จะเกิดการยุบตัวและการเลื่อนของผิวดิน ภูเขาจะถล่มลงมา... ประมาณนี้ครับ แต่จะเริ่มเห็นลางภัยพิบัติในครั้งนี้ชัดเจนขึ้นในอีกประมาณ 5 ปีนับจากนี้ และจะเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ เช่นมีภัยพิบัติมากกว่าเดิมในหลายๆที่ ไปจนถึงเวลาที่แกนโลกพลิกตัวจริงๆ ในอีก 10-15ปี
เฮ้อเหนื่อกว่าจะหาข้อมูลมาได้ครบให้มาวิเคาะกันน่ะครับ
แล้วท่านล่ะจะทำอย่างไรเมื่อถึงเวลานั้น หึหึหึหึหึหึหึหึหึ by จั๊กกะไอ๋เยอะ
|
|
|
 Like (+29)  No (-0)
|
|
 โปรดระวังบัตรปลอม 55555+ อยากรู้จักผมคลิกที่บัตรนะจ๊ะ
|
|
|
|
Kitsune Mask
|
|
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 06:54 » |
|
โลกจะแตกก็ต่อเมื่อมีดวงอาทิตย์สองดวง ::)
|
|
|
 Like (+18)  No (-1)
|
|
|
|
|
|
joejoe905
บุคคลทั่วไป
|
|
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 07:27 » |
|
โลกจะแตกก็ต่อเมื่อเจ้าของเว็บหรอยกูเป็นเกย์ครับ...
|
|
|
 Like (+)  No (-)
|
|
|
|
|
คุณส้ม
นักศึกษาวิชาทหาร

ออฟไลน์
กระทู้: 1214
วัยรุ่น ต้องไว้ขี้เล็บ
|
|
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 08:31 » |
|
โลกจะแตกก็ต่อเมื่อเจ้าของเว็บหรอยกูเป็นเกย์ครับ...
งั้นโลกก้อใกล้จะแตกแล้วสินะ
|
|
|
 Like (+58)  No (-0)
|
|
เธอจะลืมเรื่องร้ายเป็นเพียงแค่ฝันกลางวัน 
|
|
|
คุณหมีหมดแรง
นักศึกษาวิชาทหาร

ออฟไลน์
กระทู้: 1739
อ ร๊ายยย ท่านอุซุย ทาคุมิ!!!
|
|
« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 10:14 » |
|
^ ^ ^ พูดงี้แสดงว่านายคุณกับคุณเอ็ม.....
|
|
|
 Like (+21)  No (-0)
|
|
|
|
|
|
~พีสิบสาม~
|
|
« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 10:37 » |
|
แตกไปซะได้ก็ดีครับ เอาชีวิตมนุษย์มันไปให้หมดโลกเลย
ผมว่าน่ะธรรมชาติไม่ทำเรื่องง่ายดายอย่างการฆ่ามนุษย์ทุกคนหรอก
ดูที่ผ่านๆมาสิ แต่ละอย่างแต่ละอย่างมันค่อยๆเกิดขึ้น
ไม่มีอะไรที่มันมาตู้มเดียวแล้วตายกันหมดสักที มันจะต้องมีผู้รอดชีวิตให้ทุกทรมานอยู่ร่ำไป
การมีชีวิตอยู่น่ะเจ็บปวดมากกว่าการตายเป็นไหนๆ
|
|
|
 Like (+24)  No (-0)
|
|
 "แม้ร่างกายของคุณจะสูญสลาย แต่ตัวคุณในใจผมนั้น เปล่งประกายเสมอ ลาก่อน ซายะซัง นางฟ้าของผม"
|
|
|
Tabo
พลทหารแบกปืน
 
ออฟไลน์
กระทู้: 2203
ติ๊ด ตะลิด ติ๊ด ชึ่ง ติ๊ด ชึ่ง ติ๊ด ติ๊ด ชึ่ง
|
|
« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 25, 2010, 11:27 » |
|
ลืมไปเลย
เอาความรู้หรือข้อมูลมาฝากกันแบบนี้
รับไป!! 1 หรอยสกอร์
|
|
|
 Like (+23)  No (-0)
|
|
|
|
|
Porpa21
พลทหารแบกปืน
 
ออฟไลน์
กระทู้: 2005
เรียนๆ เล่นๆ :) พอเพียง เพียงพอ <3
|
|
« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 01:07 » |
|
ข้อมูลเยอะมาก แน่นดีค่ะ แต่คิดว่าตอนแตกจริงๆ คงจะอยู่ที่บ้าน ทำจิตใจให้สงบ อยู่กับครอบครัวดีกว่า
เมืองที่จะจมส่วนมากก็จะเป็นเมืองที่คนอยู่เยอะๆ + สิ่งก่อสร้างเยอะ ทำให้พื้นดินแถวนั้นมันเกิดการทรุดได้ง่ายเนื่องจากรองรับน้ำหนักมากเกินไป อีกอย่างมันไม่มีที่ราบสูง - -;
แตกจริงคงได้แต่ทำใจ แต่เชื่อว่าคงไม่แตกเหมือนในหนังแน่นอน น่าจะเริ่มผุไปทีล่ะน้อยอย่างที่คุณพี พูดมากกว่า
|
|
|
 Like (+68)  No (-2)
|
|
|
|
|
NAMCHIO~[2]
พลทหารแบกปืน
 
ออฟไลน์
กระทู้: 2645
นี่คือสิ่งที่ชั้นเลือกจะเป็น...
|
|
« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 08:08 » |
|
ข้อมูลแน่นเปรี๊ยะเลยครับ คอมผมโหลดโหดแล้วสิ ขอบคุณมากครับ
|
|
|
 Like (+84)  No (-0)
|
|
|
|
|
Make_Sure
ลูกเสือสำรอง
ออฟไลน์
กระทู้: 112
work/not work
|
|
« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 08:28 » |
|
เฮ้ย...จะแตกจริงดิ แล้วตูจะนั่งทำงานทำไมว่ะเนี่ย ลาออกแล้วไปหาความสุขใส่ชีวิตดีกว่า 555
|
|
|
 Like (+13)  No (-0)
|
|
|
|
|
~ApPrOxIMaTe~
นักศึกษาวิชาทหาร

ออฟไลน์
กระทู้: 1203
|
|
« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 08:56 » |
|
มันไม่แตกหรอก!_! [ตูไม่ใช่ไดโนเสาร์นะเ้ว้ยเห้ย] ถ้าแตกจริงเอาปืนไปปล้นยานอวกาศกับคนขับซักคนแล้วจี้มานแล้วหนีไปกับครอบครัว+เสบียง 55+ [แล้วก็บุ้งในชั้นบรรยากาศกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ 66+]
|
|
|
 Like (+10)  No (-0)
|
|
|
|
|
MUKUMIKO
นักศึกษาวิชาทหาร

ออฟไลน์
กระทู้: 1216
ซานาเอะ โมเอ๊ะ~`
|
|
« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 03:40 » |
|
น่าจะแปะว่าโหลดโหดหน่อยนะ คอมเกือบค้างแนะ -*-
|
|
|
 Like (+36)  No (-0)
|
|
|
|
|
Sketchdreamable[SD]
นักศึกษาวิชาทหาร

ออฟไลน์
กระทู้: 1142
"ศิลปะสวยหรือไม่สวย ขึ้นอยู่ที่คนมองแตกต่างกันไป"
|
|
« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 05:09 » |
|
เก็บตังจองเรือโนอาห์ไว้ก่อน จะได้เหลือเป็นผู้รอดชีวิต
|
|
|
 Like (+29)  No (-0)
|
|
|
|
|
|
~JesKa~*
|
|
« ตอบ #19 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 05:17 » |
|
ถ้าโลกแตก จะถ่ายรูปไว้ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้ว ฝาก มือถือให้คนบนเรือโนอา
=_= ไว้ให้ลูกหลานดู 55 ตัวเองนั่งรอ จะตายเด่ก็ตายเองแล
|
|
|
 Like (+44)  No (-0)
|
|
|
|
|
Nytrix
ลูกเสือสำรอง
ออฟไลน์
กระทู้: 95
ลั่ลลั่ลลั้ลลั่ลล้าาา~~
|
|
« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 07:15 » |
|
เนื้อหาแน่น
แปลจากกูเกิ้ลไช่ม่ะงับ- -*
ทางช้างเผือกกลายเป็นทางน้ำนม (milky way)
- - หรือว่าม่ะมีไครอ่าน..
|
|
|
 Like (+0)  No (-0)
|
|
|
|
|
|
Kitsune Mask
|
|
« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 07:24 » |
|
เนื้อหาแน่น
แปลจากกูเกิ้ลไช่ม่ะงับ- -*
ทางช้างเผือกกลายเป็นทางน้ำนม (milky way)
- - หรือว่าม่ะมีไครอ่าน..
ทางช้างเผือก กับ ทางน้ำนม มันอันเดียวกันแหละครับ
|
|
|
 Like (+18)  No (-1)
|
|
|
|
|
Tabo
พลทหารแบกปืน
 
ออฟไลน์
กระทู้: 2203
ติ๊ด ตะลิด ติ๊ด ชึ่ง ติ๊ด ชึ่ง ติ๊ด ติ๊ด ชึ่ง
|
|
« ตอบ #22 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 07:26 » |
|
เนื้อหาแน่น
แปลจากกูเกิ้ลไช่ม่ะงับ- -*
ทางช้างเผือกกลายเป็นทางน้ำนม (milky way)
- - หรือว่าม่ะมีไครอ่าน..
ทางช้างเผือก กับ ทางน้ำนม มันอันเดียวกันแหละครับ แม่นแว๊วว~
|
|
|
 Like (+23)  No (-0)
|
|
|
|
|
เมพนิรนาม
ลูกเสือสำรอง
ออฟไลน์
กระทู้: 66
|
|
« ตอบ #23 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 08:45 » |
|
นับเค้าดาวน์ในเว็บกับชาวหรอย- -
|
|
|
 Like (+0)  No (-0)
|
|
|
|
|
Hambabe
นักศึกษาวิชาทหาร

ออฟไลน์
กระทู้: 1941
หรอยๆ
|
|
« ตอบ #24 เมื่อ: มีนาคม 27, 2010, 12:11 » |
|
แตกก็แตก ขออย่าให้มันทรมาน
|
|
|
 Like (+35)  No (-0)
|
|
|
|
|
Tabo
พลทหารแบกปืน
 
ออฟไลน์
กระทู้: 2203
ติ๊ด ตะลิด ติ๊ด ชึ่ง ติ๊ด ชึ่ง ติ๊ด ติ๊ด ชึ่ง
|
|
« ตอบ #25 เมื่อ: มีนาคม 27, 2010, 12:17 » |
|
ตู้มเดียวจบเป็นกิน
|
|
|
 Like (+23)  No (-0)
|
|
|
|
|
นาย ตลุยดงพญาตีน สกุล ยืนงงในดงตีน
ลูกเสือสามัญ
ออฟไลน์
กระทู้: 705
สถานะ เกรียนขั้นเทพ
|
|
« ตอบ #26 เมื่อ: มีนาคม 27, 2010, 07:26 » |
|
เนื้อหาแน่น
แปลจากกูเกิ้ลไช่ม่ะงับ- -*
ทางช้างเผือกกลายเป็นทางน้ำนม (milky way)
- - หรือว่าม่ะมีไครอ่าน..
ทางช้างเผือก กับ ทางน้ำนม มันอันเดียวกันแหละครับ แม่นแว๊วว~ ครับผมหาข้อมูลจากเว็ปนอกใช้กูเกิ้ลแปลให้ครับผม
|
|
|
 Like (+29)  No (-0)
|
|
 โปรดระวังบัตรปลอม 55555+ อยากรู้จักผมคลิกที่บัตรนะจ๊ะ
|
|
|
~ApPrOxIMaTe~
นักศึกษาวิชาทหาร

ออฟไลน์
กระทู้: 1203
|
|
« ตอบ #27 เมื่อ: มีนาคม 27, 2010, 08:28 » |
|
ผมว่าไม่น่าใช้ google แปลนะครับ[เพราะแปลออกมาก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี]
|
|
|
 Like (+10)  No (-0)
|
|
|
|
|
colored_paper
ลูกเสือสำรอง
ออฟไลน์
กระทู้: 367
|
|
« ตอบ #28 เมื่อ: มีนาคม 27, 2010, 08:44 » |
|
แงงงงงงหนูจะวาดรูปไห้เก่งก่อนตายค่ะ ขอไห้มากกกกกแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง(มันจะทั้นเร้อ)
|
|
|
 Like (+9)  No (-0)
|
|
|
|
|
ยูฟ่ารักในหลวง
ลูกเสือสำรอง
ออฟไลน์
กระทู้: 326
ชีวิตต้องลองซักซื้ดนึง
|
|
« ตอบ #29 เมื่อ: มีนาคม 28, 2010, 11:40 » |
|
ปี 2012 แกนโลกจะพลิกกลับ โลกไร้ซึ่งมีชีวิตใดจะอยู่ได้ จริงหรือ ? กนโลกจะพลิกกลับขั้ว" Pole Shift " บรรดา ET กำลังให้ความช่วยเหลือในการรอดของมนุษย์  แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ทำนายการพลิกกลับขั้วของแม่เหล็กโลก อาจนำมาสู่การสิ้นสุดอารยธรรมมนุษย์ในปี 2012 จาก การทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์ ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน เมื่อสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น ในการค้นคว้าวิจัยส่วนตัวและของบริษัท ได้วิเคราะห์หรือทำนายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Hyderabad ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวกับการยกระดับพลังงานขึ้นสูงสุด จะเกิดขึ้นในปี 2012 นี้ การ พลิกกลับขั้วของแกนแม่เหล็กโลก คือกระบวนการเมื่อขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้กลับตำแหน่งกัน เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น, ที่จุดหนึ่งของเวลา สนามแม่เหล็กโลกจะลดลงเกือบจะถึงศูนย์เกาซ์ โลกที่จุดนั้นของเวลามีคุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นศูนย์ สิ่งนี้บังเอิญมาเกิดขึ้นพร้อมกัน กับการหมุนรอบพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ในทุกๆสิบเอ็ดปีพอดี ใน ประวัตศาสตร์ของมนุษย์ยุคใหม่ ปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน แต่ในปัจจุบัน, แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้ ซึ่ง NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว มากล่าวถึงในที่สาธารณะเกี่ยวกับการพลิกกลับขั้วจะทำคุณสมบัติของแม่เหล็ก ของโลกอ่อนแอและเบี่ยงเบนไป แต่ไม่ใช่ศูนย์ ตาม แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์ Hyderabad การพลิกกลับเกี่ยวกับขั้วของโลก และดวงอาทิตย์สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาที่จริงจังดังต่อไปนี้ - ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer) - การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ - ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก - ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น, เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม - สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับ อันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ - กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น -แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจาก เดิม ถ้า คุณรวมเค้าเรื่องการทำลายล้างกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปได้เหล่านี้เป็นไปได้ทั้งหมด, คุณสามารถดูได้โดยง่าย, โลกอาจจะกลายเป็นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของมนุษย์เมื่อถึงปี 2012 และผู้ที่จะรอดได้นั้นอาจต้องมีชีวิตอยู่ใด้ดินหรือใต้เปลือกโลกเท่านั้น.. . กลุ่มนักค้นคว้าเรื่อง UFO จำนวนมาก (ในต่างประเทศ) ที่ได้ทำการติดต่อกับพวกเขาอย่างลับๆ รายงานว่ามนุษย์ต่างดาวได้ตระหนักถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับโลกในช่วงระยะอัน ใกล้นี้ ได้เข้ามาบันทึกและศึกษาเหตุการณ์การสูญพันธุ์ของรูปแบบอารยธรรมเกี่ยวกับ มนุษย์ อันเนี่องมาจากการขาดของความรู้ของเราเอง ขณะนี้เขากำลังจัดเตรียมเครื่องมือสำหรับการตรวจวัดและคัดเลือกมนุษย์ที่เขา จะช่วยชิวิตเอาไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว... พวก เขาได้รับสัญญาณและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลก ว่ามีบางสิ่งที่รุนแรงจะเกิดขึ้น ซึ่งเขากำลังเตรียมช่วยเหลือเราอย่างเงียบๆ รวมถึงการเคลื่อนย้ายเราไปสู่ปลายทางที่ปลอดภัยที่เราไม่อาจรู้ (ซึ่งฃ่าวนี้ตรงกับข้อมูลทางกลุ่มเขากะลาของไทยที่บอกไว้คล้ายกัน เกี่ยวกับการเตรียมการช่วยเหลือตามจุดต่างๆ 8จุด ทั้งในไทยและต่างประเทศ) หลายๆเหตุการณ์ เช่นTsunami, มันเป็นไปได้ที่เราจะงงงวยและจ้องมองมัน กับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ถ้าเรื่องราวนี้ถูกต้อง, มันอาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่เราจะอยู่รอดจะเพื่ออารยธรรมของเรา บางทีเราอาจต้องเคลื่อนย้ายสู่ดาวเคราะห์อื่นๆ เช่นที่มันอาจจะเคยเกิดขึ้นบนดาวอังคารเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว... หากแปลไม่เข้าใจตามไปอ่านต้นฉบับที่นี่ครับ.. พุทธพยากรณ์ ขององค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้า เข้าใจว่ามาจากพระไตรปิฏก อานันทะ ดูก่อนอานนท์ก่อนถึงกึ่งพุทธกาล 15 ปี จะเกิดการณ์ ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกันฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก แต่ ว่า ดูก่อนอานนท์ก่อนถึงกึ่ง พุทธกาล 15ปี จะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรงหาได้ไม่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว อานันทะ ดูก่อนอานนท์ จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมาก ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมากๆ สมณะ ชี พราหมณ์จะล้มตาย จะตายฝ่ายละครึ่งจึงจะเลิกรากัน สำหรับประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงนัก โดยปกติคำของพระพุทธเจ้าจะเที่ยงแท้ไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนกึ่งพุทธกาลเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการทำวิชชาที่วัดปากน้ำภาษีเจริญโดยหลวงพ่อวัดปากน้ำ เพื่อปกป้องประเทศไทยเพื่อรักษาพระพุทธศาสนาให้รอดพ้นจากระเบิดปรมาณูตามที่ เราได้รับรู้กัน หลังกึ่งพุทธกาลมีใครหนอ ใครกันที่จะปกป้องคุ้มครอง (อายุพระพุทธศาสนา 5,000 ปี กึ่งพุทธกาลคือ 2,500 ปี) นำมาโพสเพื่อ ยังความไม่ประมาทให้เกิดกับสาธุชนทั้งหลาย โลกจะไม่สิ้นสุด มันเป็นแค่การเปลี่ยนแปลง ความเข้า ใจของชาวมายาเกี่ยวกับ เวลา ฤดูกาล และวงจร ได้พิสูจน์พวกเขาว่ายิ่งใหญ่และเข้าใจในเรื่องชีวิต วัฒนธรรมเป็นอย่างดี วัน ที่ 21 ธันวาคม 2012 เป็นวันเกิดใหม่ เป็นการเริ่มต้นของ the World of the Fifth Sun เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ เป็นผลมาจาก- เป็นเครื่องหมายว่า- ดวงอาทิตย์เดินทางผ่านเส้น equator ของ Galaxy และโลกจะปรับทิศทางให้เข้ากับศูนย์กลางของ Galaxy ดวงอาทิตย์ขึ้นของวัน ที่ 21 ธันวาคม 2012 เป็นครั้งแรกในรอบ 26,000 ปี ดวงอาทิตย์จะขึ้นเชื่อมกับการทับกันของทางช้างเผือกกับระนาบของ Ecliptic พรรณนาว่าบนท้องฟ้าจะปรากฏดาวเคราะห์ และดวงดาวต่างๆมากมาย ปรากฏการณ์ของจักรวาลครั้งนี้ถือว่าเป็น The Sacred Tree, The Tree of Life การ ที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งเดียวกับ Galaxy ในปี 2012 จะเปิดช่องทางหนึ่งสำหรับพลังงานจักรภพที่จะไหลผ่านโลก ล้างโลกให้สะอาด รวมทั้งล้างสิ่งที่อาศัยอยู่ ยกทั้งหมดสู่ภาวะที่สูงขึ้น ขั้นตอนเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ถ้าคนบนโลกอยู่ถึงปี 2012 โดยยังมีสภาพปกติ ปราศจากการถูกทำลาย เราจะเข้าสู่ภาวะใหม่ ที่สูงขึ้น แต่เพื่อไปถึง ณ จุดนั้นได้ เราต้องเปลี่ยนด้วยแรงที่มีพลังมหาศาลเพื่อที่จะป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึง ปรารถนานั้น มีความหวังถ้าผู้คนของฝ่ายสว่างรวมตัวกันเป็นหนึ่งปฏิบัติ ในแนวทางเดียวกันเราจะเข้าสู่ภาวะใหม่ ที่สูงขึ้น เรากำลังอยู่ในยุคที่ มีความสำคัญที่สุดของปฏิทินมายันและพยากรณ์ คำทำนายของโลกทั้งหมด ทุกความเชื่อ กำลังรวมกันเป็นหนึ่ง ไม่มีเวลาสำหรับสงครามเย็น จิตวิญญาณในอุดมคติเกิดขึ้นแล้ว ด้านมืดสามารถเปลี่ยนเมื่อเผชิญกับหัวใจ ที่เปิด อย่างง่ายๆ นี่คือสิ่งที่นำไปสู่การรวมกัน นี่คือกุญแจสู่ the World of the Fifth Sun การเกิดขึ้นของยุค the fifth Sun จะนำไปสู่ธาตุที่ถูกมองข้าม ที่ผ่านมาธาตุ ดิน น้ำ ลม และ ไฟ เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จัก ในยุคต่อไป ธาตุที่ห้าคือ อีเธอร์ Ether คือสิ่งที่เป็นกลางๆซึ่งกระจายผ่านที่ว่างและส่งผ่านคลื่นที่มีหลากหลายความ ถี่ Ethereal คือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับศาสนา สัมผัสไม่ได้ เป็นสิ่งที่เหนือโลก คือสวรรค์ เราจำเป็นต้องแสดง ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เลือกคนที่เป็นตัวแทนซึ่งเข้าใจและจะแสดงทางให้เห็นถึงความเคารพต่อแผ่นดิน การนั่งสมาธิคือสิ่งที่ดี แต่ต้องทำด้วย นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด สำหรับมนุษย์ เพื่อโลกแต่ละคนมีความสำคัญ ถ้าคุณเป็นมนุษย์ในยุคนี้ คุณต้องมีจิตที่จะทำงานเพื่อรักษาสมดุล The planet เป้าหมายของชาวมายัน เป็นเดียวกับเป้าหมายของโลก ปัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในสิ่งที่ง่ายๆ ความ รัก ความเคารพ ความอดกลั้น การแบ่งปัน ความกตัญญู การให้อภัย มันเป็นสิ่งที่ไม่ยุ่งยาก ความรู้จริงๆนั้นฟรี สิ่งที่ต้องการอยู่ภายในตัว ทฤษฎีเรื่องปี 2012 นั้นปีสิ้นโลกนั้น ยังคงเป็นเรื่องราวที่ถกเถียงกันในวงกว้าง ว่าไม่เป็นความจริง โดยมีนักวิชาการคนสำคัญออกมาให้ทรรศนะเรื่องนี้ จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง ได้แก่ นายคาร์ลอส บาริออส(Carlos Barrios) นักประวัติศาสตร์ นักมามุษยวิทยา และนักค้นคว้า ผู้มีความรู้เกี่ยวกับเวลาและปฏิทินเก่าแก่ของชาวมายันเป็นอย่างดี ชายผู้นี้ถือกำเนิดในครอบครัวชาวสเปนในแถบที่ราบสูงของ กัวเตมาลา ซึ่งที่พักของเขาอยู่ที่ Huehuetenango อันเป็นที่อยู่ของเผ่ามายันและชาวพื้นเมืองอื่นๆ ที่ยังรักษาธรรมเนียมและความเชื่อเดิมตั้งแต่อดีตไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม คา ร์ลอส ได้ทำการศึกษาจิตวิญญาณและวิถีชีวิตชาวมายัน ตั้งแต่อายุ 19 ปี มาเป็นเวลานานกว่า 25 ปี จนเขากลายเป็นนักบวชคนหนึ่งและเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณ ดดยเฉพาะแนวคิดที่สัมพันธ์กับวัน The Winter Solstice of 2012 ซึ่งเป็นวันที่สิ้นสุดในฤดูหนาวของปี ค.ศ.2012 โดยเฉพาะการที่เขาได้ ค้นคว้าหาข้อมูลปฏิทินชาวมายัน จากการสัมภาษณ์ผู็สูงอายุ ชาวมายัน กว่า 600 คน เพื่อยืนยันว่าชาวมายันโบราณ"ไม่ได้เป็นผู้พยากรณ์ว่าโลกจะสิ้นสุดในปี ค.ศ. 2012" ในขณะที่นักมานุษยวิทยา นักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดีทั้งหลาย ได้เดินทางมาที่โบราณสถาน ซึ่งเป็นแหล่งของชาวมายันเพื่อทำการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชาวเมโสอเมริกา อันเก่าแก่ แต่เขาเหล่านั้นไม่ได้อ่านสัญลักษณ์ต่างๆ อย่างถูกต้อง ส่วนมากมักจะสร้างงานต่างๆขึ้นมาโดยอาศัยเพียง"จินตนาการ"นำมาเสริมกับทฤษฎี สมคบคิด จนกลายเป็นคำพยากรณ์ของชาวมายัน ที่สัมพันธ์กับปฏิทินของพวกเขา ที่บอกว่าโลกจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 จนทำให้ผู้สูงอายุชาวมายันต่างพากันโกรธและไม่พอใจกับการกระทำแบบนี้ เพราะ ลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากชาวมายันในอดีต เชื่อว่าตามคำสอนและความเชื่อของบรรพบุรุษนั้นไม่ได้บอกว่าโลกจะสิ้นสุดลงใน ปี ค.ศ. 2012 ซึ่งหากจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เหตุการณ์นั้นก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณที่ดีขึ้น มิใช่การทำลายล้างแต่อย่างใด คาร์ลอสสนับสนุนแนวคิดของลูกหลานชาวมา ยันเหล่านี้ ผ่านผลงานการเขียนที่มีชื่อเสียงของเขาปรากฎอยู่ในหนังสือ "The Book of Destiny" นำเสนอความลึกลับของชาวมายันและความเชื่อที่ถูกต้องในเรื่องของการทำนาย หายนะของโลกในปี ค.ศ. 2012 ซึ่งมีความสอดคล้องกับทฤษฎี The World Will Not End ดังที่กล่าวไว้แล้วด้วย แต่ที่แน่นอน คือ ช่วงเวลาดังกล่าวจะมี การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมวลมนุษยชาติ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
|
|
|
 Like (+7)  No (-0)
|
|
|
|
|
Heart Core
ลูกเสือสามัญ
ออฟไลน์
กระทู้: 807
ตับๆ
|
|
« ตอบ #30 เมื่อ: มีนาคม 30, 2010, 12:57 » |
|
หึหึนอนในโลงแล้วลอยตามน้ามเทพๆๆ!!!!!!!
|
|
|
 Like (+70)  No (-0)
|
|
|
|
|
|
เว็บหรอยกูดอตคอม เว็บการ์ตูนที่หล่อที่สุดในโลก
กำลังโหลด...
|