ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
 

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ทำไมคนไทยไม่รวย การฝากเงินกับธนาคารรวยจริงหรือ การเล่นหุ้นดีกว่าจริงหรือไม่  (อ่าน 773 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นายโอมนะจ๊อด
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7050


On Nokia3315 with Firefox+


« เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2013, 09:30 »



ทำไมคนไทยไม่รวย การฝากเงินกับธนาคารรวยจริงหรือ การเล่นหุ้นดีกว่าจริงหรือไม่

เป็นนทความที่ออกมาจาตลาดหลักทรัพย์บัวหลวงที่เขาเป็นโบรกเกอร์ให้เราเล่นหุ้นนั่นแหละครับ แปลมาจากต่างประเทศและแนวคิดต่างประเทศในหลายๆส่วน อ่านดูแล้วคิดครับ ถูกบ้างผิดบ้างก็ว่ากันไป




คุณไม่มีวันรวยจริงถ้ามัวแต่ทำงานให้คนอื่น... อ้าวถ้าทุกคนเป็นเถ้าแก่กันหมด แล้วเถ้าแก่จะหาแรงงานมาจากไหนล่ะ

         Jeff Haden มีบทความเรื่อง คนรวย รวยได้ไง (How the Rich Got Rich) มีการสรุปผลสำรวจของสรรพากรสหรัฐประจำปีที่สอบถามผู้เสียภาษี 400 คนที่ขอภาษีคืนสูงที่สุด (กลุ่มนี้มีรายได้เฉลี่ยต่อคนในปี 2009 เท่ากับ 202.4 ล้านดอลลาร์)   ได้ผลออกมาว่า พวกเขารวยเพราะ

         9%     เป็นลูกจ้าง
         7%      ได้ดอกเบี้ย
         13%    ได้เงินปันผล
         20%    เป็นเจ้าของกิจการหรือร่วมหุ้นทำกิจการ
         46%    ได้กำไรในการลงทุนในหลักทรัพย์ (Capital gain)

         งานวิจัยนี้ระบุว่า 400 คนในงานสำรวจนี้ ได้เงินจากกำไรในการลงทุนในหลักทรัพย์ (Capital gain) เฉลี่ยต่อคนถึง 92.6 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 16% ของ Capital Gain ที่ผู้เสียภาษีทั้งสหรัฐได้รับเลยทีเดียว Jeff Haden จึงสรุปว่า

         1. การเป็นลูกจ้างอย่างเดียว ไม่มีวันรวย
         2. การลงทุนโดยไม่ยอมรับความเสี่ยงเลย ไม่มีวันรวย
         3. การลงทุนในหุ้นบริษัทใหญ่ๆ อย่างเดียว ก็ไม่ทำให้รวย
         4. การเป็นเถ้าแก่ ไม่ว่าจะบริษัทเดียวหรือหลายๆ บริษัท ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว หรือเป็น หุ้นส่วน ทำให้รวยจริง

         อ่านมาถึงตรงนี้ สรุปได้ว่า เราไม่มีวันรวย หากเราไม่กล้าเสี่ยง และไม่มีทางรวยจริงๆ ถ้ามัวแต่ทำงานให้คนอื่นนอกจากทำงานให้ตัวเอง

         ยังไม่ต้องรีบร้อนไปลาออกจากงาน แล้วไปเป็นเถ้าแก่กันหมด เพราะมันก็มีข้อยกเว้นบ้าง และหากแห่ไปเป็นเถ้าแก่กันหมด เถ้าแก่ก็ไม่มีแรงงานสิ

         เพราะยังมีถึง 46% อันเป็นสัดส่วนสูงที่สุด ที่รวยเพราะได้กำไรในการลงทุนในหลักทรัพย์ (Capital gain)
หมายความว่าเป็นลูกจ้างเขาก็ลงทุนได้ใช่ไหม

         ใช่ หากกล้ารับความเสี่ยงในการลงทุน

         เป็นลูกจ้างเขา ถ้าเอาแต่ฝากเงินอย่างเดียว หรือมัวแต่ลงทุนในพันธบัตร ตราสารหนี้ ไม่รวยแน่ๆ และอาจจะไม่พอใช้ในบั้นปลายชีวิตเสียด้วยซ้ำ

         ทำไมล่ะ

         ก็เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับมันจะถูกเงินเฟ้อกินไปหมดน่ะสิ

         Jim Cramer เจ้าของและผู้จัดทำรายการ Mad Money ช่อง CNBC บอกว่า “หุ้นให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนอื่นทุกชนิด (อย่ากลัวความเสี่ยงจนไม่กล้าลงทุนระยะยาวในหุ้น) และมีหุ้นเป็นพันๆ ตัวในตลาดที่ทำให้เรารวยได้ และไม่เกี่ยวกับงานที่เราทำ (ทำงานอย่างเดียวโดยไม่ลงทุน ไม่รวย)”

         แต่มันก็ยากที่จะรู้ว่าหุ้นตัวไหนจะให้กำไรเรานะ

         ใช่  ไม่งั้น Charlie Munger มือขวาของคุณปู่ Warren Buffet คงไม่บอกหรอกว่า ถ้าการลงทุนมันไม่ยากสักหน่อย ใครๆ ก็รวยแล้วสิ
แต่หลายคนลงทุนในหุ้นแล้วเจ๊งนะ

         ก็ใช่ แต่ก็มีอีกหลายคนที่รวยจากหุ้นไม่ใช่หรือ เมื่อเลือกเองไม่เป็น ก็ลงทุนผ่านกองทุนรวมสิ

         อืม ... อยากรวยจัง  แต่กลัวเขาทำขาดทุนน่ะสิ

         ถ้ากลัวๆ อยากๆ อยู่อย่างนี้ ให้ฟังที่คุณปู่ John (Jack) Bogle ผู้ก่อตั้ง Vanguard บริษัทจัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกาดูแล้วกัน

         คุณปู่แจ็ค พูดว่า ถ้ารับการขาดทุนในหุ้นสัก 20% ไม่ไหว ก็ไม่ควรไปยุ่งกับหุ้น (ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนในหุ้นต้องเข้าใจและยอมรับได้)

         แล้วจงตัดสินใจเองว่าเราจะเพียงพอที่แค่ไหน  เพราะบางทีคนที่ดูเหมือนรวยมากๆ ก็เป็นยาจกในสายตาเรา เพราะเขาไม่เคยพอก็มีไม่ใช่หรือ

วรวรรณ ธาราภูมิ

ข้อมูลจากเว็บไซต์กองทุนบัวหลวง bblam.co.th
เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2556


Like (+134)     No (-0)

Tags:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Sitemap
เว็บหรอยกูดอตคอม เว็บการ์ตูนที่หล่อที่สุดในโลก
การ์ตูน การ์ตูนหรอยกู ชุมชนคนวาดการ์ตูน สังคมคนวาดการ์ตูนออนไลน์