ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
 

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
อาการรถสตาร์ทไม่ติด เพราะสาเหตุอะไรบ้างมาดู (แบตหมดจริงหรือ)  (อ่าน 1407 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นายโอมนะจ๊อด
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7050


On Nokia3315 with Firefox+


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2013, 11:47 »



ประสบการณ์จริงๆเลยครับท่านสดๆร้อนเมื่อกี้เลย รถสตาร์ทไม่ติดซะงั้น
ก็เลยมาหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ที่น่าจะเป็นอย่างที่คาดคือแบตหมดจริงหรือไม่
เรื่องนี้เราก็ไม่อาจทราบได้เหมือนกัน ก็คงต้องรอวันพรุ่งนี้ให้มีที่ปรึกษาเดินทางมาถึง
ขอบอกว่าแค่รถสตาร์ทไม่ติดมันก็ทำให้เราเซ็งจิตได้เยอะเหลือเชื่อจริงๆ



งานนี้คงต้องเดินกลับบ้านแล้วสินะ เหอะๆ







เคยเป็นกันไหมครับที่วันไหนที่เป็นวันสบายๆสตาร์ทรถปุ๊ปติดปั๊ปเหมือนว่าวันนั้น
ทั้งวันจะไม่มีปัญหาอะไรให้กวนใจ   แต่ถ้าวันไหนตื่นสาย-มีนัดประชุมแต่เช้า  ตื่น
มาวิ่งผ่านน้ำ   แต่งตัว-ขึ้นรถ-ปิดประตูปัง!  ไอรถเราที่เคยรู้ใจก็มามาปัญหาเพราะ
พอบิดกุญแจปุ๊ป เงียบ หรือบางครั้งก็ส่งเสียงครวญครางดั่งว่าจะติด แต่ก็ไม่ติด คน
ใช้รถยนต์ระดับ “user” อย่างเราๆท่านๆก็คงทำอะไรต่อไม่ถูกหรือเรียกว่า “ไปไม่เป็น”
 ละครับงานนี้ ยิ่งครั้นจะจับเครื่องมือมาซ่อมก็ไม่มีหลักการหรือความรู้ว่าไอรถที่มันไม่
ติดนะเพราะอะไร แต่ไม่เป็นไรครับวันนี้นายทีมีเทคนิคในการดูอาการว่า ไอที่ไม่ติดเนี่ย
สาเหตุมันมาจากอะไรบ้าง



ส่วนมากปัญหาที่สตาร์ทแล้วมีเสียงครวญคราง แช๊ะๆๆ เอี๊ยดๆๆ (แล้วแต่จินตนาการครับ)นั้น
 ให้เราลองเปิดไฟสูงดูว่าสว่างเหมือเดิมไหม หรือลองบีบแตรดูว่าดังเป็นปกติหรือเปล่า ถ้า
มีอาการเหล่านี้ ก็ฟันธงได้เลยครับว่ามาจากแบตเตอรี่ที่อ่อนกำลัง เพราะแบตที่อ่อนนี้ทำให้
หมุนไดสตาร์ทไม่ไหว ได้แต่กระตุ้นตัวโซลินอยด์เท่านั้น (รูป02)เพราะแบตเตอรี่นั้นมีอายุ
การใช้งานไม่เกิน 2 ปี และอีกกรณีหนึ่งคือ ในตอนช่วงเช้าของวันที่สตาร์ทรถติด แต่ขับแล้ว
ไปจอดซักพักจะสตาร์ทก็สตาร์ทไม่ติด นั่นเป็นที่แบทเตอรี่อีกเหมือนกันครับ เพราะว่ากำลัง
ไฟที่สะสมในช่วงกลางคืนนั้นจะถูกใช้หมดไปกับการสตาร์ทในครั้งแรก อาการทั้งสองทีว่ามา
นี้เป็นที่แบตเตอรี่เสื่อม สามารถหารถมา Jump Start หรือพ่วงสตาร์ทได้เลย จากนั้นสามารถ
ขับไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ แต่ระหว่างทางพยายามอย่าให้เครื่องดับอีกรอบนะครับ ไม่งั้นจะแย่เอา



ในกรณีที่แบตเตอรี่ใหม่ไม่ถึงปี ไม่น่าจะเสื่อมสภาพเร็วขนาดนี้ ก็ต้องไล่กันดูที่ไดสตาร์ท
กันครับ เป็นไปได้ครับที่ไดสตาร์ทอาจจะสกปรกมีคราบหรือเศษอะไรต่อมิอะไรเกาะติดอยู่
 ให้ลองเคาะๆและสตาร์ทอีกครับ แต่ถ้าเคาะ-สตาร์ทแล้วยังแชะๆ..ก็ต้องถึงมือช่างแล้วครับ
 


ถ้าไม่มีเสียงตอบรับใดๆทั้งสิ้นจากหมายเลขที่ท่านเรียก เอ๊ย จากการบิดกุญแจ ก็แสดงว่า
เป็นที่ไดสตาร์ทอย่างเดียวครับ อาการอย่างนี้คงต้องอดทนในการสตาร์ทจนเครื่องอุ่นซักพัก
(ใหญ่ๆ)เลยครับกว่าจะติด
 


อาการดังกล่าวคือสตาร์ทแล้วพอจะได้ยินเสียงไดสตาร์ทและการหมุนของตัวเครื่อง
 แต่เป็นการหมุนแบบหน่วงๆ อาการแบบนี้อาจจะเป็นได้ทั้งสองอย่างเลยคือแบตเตอรี่เสื่อม
กับไดชาร์จ ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็พ่วงสตาร์ทอย่างเคยแต่ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดาสามารถเข้า
เกียร์ 2 ถอนคลัตซ์แล้วกระตุกติดเครื่องได้ครับ และเมื่อเครื่องติดดีแล้ว ให้ดูไฟแบตเตอรี่
ที่แผงหน้าปัดว่า ถ้าไฟสว่างแบบเรื่อๆ ก็แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ไดชาร์จครับ



อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่แบต ไม่ได้เป็นที่ไดสตาร์ทครับ เพราะเมื่อบิดกุญแจแล้ว เครื่อง
สามารถหมุนได้ด้วยไดสตาร์ท แต่ปล่อยกุญแจเครื่องกลับหยุดหมุน ปัญหานี้อยู่ที่ตัวเครื่อง
ครับ ในกรณีนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ คงต้องเรียกช่างมาซ่อมสถานเดียวครับ
 


เพราะบางครั้งสาเหตุที่เกิดจากไดสตาร์ท,แบตเตอรี่ นั้นเราสามารถแก้ปัญหาโดยการ
Jump start หรือกระตุกติดเครื่องเองจากการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้ แต่ถ้า
เป็นที่ตัวเครื่องเนี่ยก็คงจะลำบาก ทางที่ดีการรู้อาการเสียของรถนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
อีกทั้งสามารถบอกอาการของช่างได้ในระดับหนึ่งดีกว่าเราไม่รู้อาการเลยว่ามันเป็นอย่างไร
 เหมือนสุภาษิตทีว่า “รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม” จริงไหมละครับ



ที่มา : etoyotaclub.net


Like (+134)     No (-0)

Tags:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Sitemap
เว็บหรอยกูดอตคอม เว็บการ์ตูนที่หล่อที่สุดในโลก
การ์ตูน การ์ตูนหรอยกู ชุมชนคนวาดการ์ตูน สังคมคนวาดการ์ตูนออนไลน์