เว็บการ์ตูนหรอยกู

อารยธรรมหรอยกูโบราณ => กีฬานะเนี้ย => ข้อความที่เริ่มโดย: นายโอมนะจ๊อด ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 10:46



หัวข้อ: นักฟุตบอลบราซิลดาวรุ่งมากมาย ดาวดับมากมี ซื้อแล้วต้องลุ้นเช่นกัน
เริ่มหัวข้อโดย: นายโอมนะจ๊อด ที่ กรกฎาคม 27, 2013, 10:46

นักฟุตบอลบราซิลดาวรุ่งมากมาย ดาวดับมากมี ซื้อแล้วต้องลุ้นเช่นกัน

บทความจากเว็บไซต์ไกด์บอล.คอม หลายคนคงรู้จักกันดี เหมือนในเคลือของ SoccerSuck นั้นเองละครับ เขาได้เขียนบมความถึงดาวดับบราซิล ผมก็ว่าจริงๆนั่นแหละ นักฟุตบอลที่นั่นเยอกมาก เก่งตอนเด็กอาจจะไม่เก่งตอนวัยรุ่นก็ได้ เพราะากรออกนอกลู่นอกทางของเขานั่นเองละครับ

***แคร์ลอน
 
(http://www.sambafoot.com/datas/pictures/informations/2012-09/big/info_1348669844.jpg)
 
แจ้งเกิดผ่านวีดีโออัพลงยูทูบโชว์พรสวรรค์อันสูงส่งในด้านทักษะการเดาะ บอล,ลีลาพลิ้วไหว,กระชากลากเลื้อยกองหลังฝั่งตรงข้ามทีละหลายๆคนจนได้เซ็น สัญญากับ ครูไซโร่ ก่อนประเดิมสนามนัดแรกเมื่อปี 2005  
 
ด้วยความสามารถอันโดดเด่นจนเป็นที่กล่าวขานว่ามีอนาคตสดใสจึงถูกซื้อตัวจาก  คิเอโว่ ทีมดังในกัลโช่ เซเรีย อา ซื้อตัวไปร่วมทีมเมื่อปี 2008 แถม  อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่ขอมีเอี่ยวร่วมเป็นเจ้าของสิทธิ์อยู่ 50  เปอร์เซนต์
 
หลังจากลงเล่นแค่ 4 เกมเพราะอาการบาดเจ็บเข่าเล่นงานในซีซั่น 2008/09  แคร์ลอน ย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์  แบบเต็มตัวตามสัญญาที่ได้ระบุไว้แต่ไม่เคยเล่นชุดใหญ่แม้แต่นัดเดียวจน กระทั่งถูกส่งต่อให้ อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม  ยืมไปใช้งานทว่าก็ไม่โผล่ในสนามเลยก่อนถูกส่งคืนอิตาลี
 
ต่อมา แคร์ล่อน คืนสู่มาตุภูมิเล่นให้ พาราน่า และ เซอร์ราโรน่า  ทว่าเล่นแค่ 9 นัดเท่านั้นในรอบ 2 ปีก่อนย้ายไปเล่นให้ ฟูจิเอด้า  ทีมในลีกญี่ปุ่น พิจารณาจากเส้นทางค้าแข้งแล้วบอกเลยว่าเอาดีไม่ได้เลยจริงๆ  
 
 
***เคร์ริสัน
 
(http://i1.r7.com/data/files/2C92/94A3/29DB/A01F/0129/E1EA/5C4E/6FD1/keirrison-treino-santos-hg-20100717.jpg)
 
สมัยเป็นดาวรุ่งถูกคาดการณ์เอาไว้ว่าจะก้าวเป็นนักเตะระดับโลกหลังเปล่ง ประกายกับ คอริติบา กบ พัลไมรัส สองทีมดังในแดนกาแฟซัลโว 38 ประตูจาก 701  เกมจนได้รับคามสนใจจากทีมยักษ์ใหญ่ทั่ววงการยุโรป
 
จนกระทั่ง บาร์เซโลนา มหาอำนาจลูกหนังของโลกเห็นแววดียอมควักถึง 14  ล้านยูโรซื้อมาร่วมทีมเมื่อปี 2009 แต่ไม่ได้เล่นชุดใหญ่เลยถูกปล่อยให้  เบนฟิก้า ยืมไปใช้งานทว่าลงเล่นแค่ 5 นัดเท่านั้นถูกส่งกลับยานแม่ในที่สุด  
 
เวลาต่อมาปล่อยให้ ฟิออเรนตินา ทีมดังในกัลโช่ เซเรีย อาหยิบยืมเมื่อปี  2010 ลงเล่นแค่ 10 นัดยิง 3 ประตูจากนั้นปล่อยคืนสู่บ้านเกิดเล่นให้  ซานโต๊ส ลงเล่น 27 นัดยิง 10 ประตู จากนั้นกลายเป็นนักเตะพเนจรไป ครูไซโร่  ต่อด้วย คอริติบา ทีมเก่าแต่ดั่งแต่เดิม  
  
 
***เคลแบร์สัน
 
(http://www.mufcweb.com/wp-content/uploads/2009/07/kleberson-header.jpg)
 
เริ่มต้นกับ แอตเลติโก้ พาราเนนเซ่ ทีมดังในบ้านเกิดลงเล่นทะลุถึง 100  นัดด้วยวัยเพียงแค่ 20  ปีด้วยฟอร์มโดดเด่นคับประเทศในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดจนไปสะดุดตา หลุยส์  เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนซือทีมชาติบราซิลเรียกติดธงชุดตะลุยศึกเวิลด์ คัพ 2002  และก้าวไปยืนอยูจุดสูงสุดคว้าแชมป์ในบั้นปลาย
 
นั่นทำให้ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ดอดใจไม่ไหวกระชากมาเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2003  ท่ามกลางการคาดหวังไว้ว่าจะก้าวมาเป็นนักเตะระดับตำนาน
 
แต่สุดท้าย เคลแบร์สัน กลับเล่นไม่ออกถูกบดบังรัศมีจาก ไรอัน กิ๊กส์,เดวิด  เบ็คแฮม,รอย คีน ,พอล สโคลส์ ลงเล่นแค่ 20 นัดใน 2 ปีก่อนโดนโละให้  เบซิคตัส เมื่อปี 2005 แต่ไปไม่ถึงไหนจึงโดนส่งกลับ ฟลาเมงโก้ เมื่อปี 2007  
 
 
***เดนิลสัน
 
(http://www.number1sport.es/wp-content/uploads/2012/11/denilson.jpg)
 
ลีลาการเล่นที่พลิ้วไหว,แคล่วคล่องว่องไว,ลีลากระชากลากเลื้อยหลบกองหลังที ละหลายคนจนสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก นั่นทำให้ เรอัล เบติส ยอมควักสูงถึง  21.5 ล้านปอนด์สูงเป็นสถิติโลกในสมัยนั้นเมื่อปี  1998  แต่ฟอร์มกลับธรรมดาเหลือเกินไม่โดดเด่นอะไรอีกเลยจนเมื่อปี 2000 ปล่อยให้  ฟลาเมงโก้ ทีมในบ้านเกิดยืมตัว
 
จากนั้นชีวิตระเหเร่ร่อนไม่เป็นหลักเป็นหลักย้ายไป บอร์กโดซ์,อัล  นาสเซอร์,เอฟซี ดัลลาส,พัลไมรัส  รวมถึงแม้กระทั่งเคยเล่นในลีกเวียดนามด้วยแต่ลงเล่นเพียงแค่นัดเดียวเท่า นั้นยกเลิกสัญญา